หน้าแรก | ข่าว | กิจกรรม | บทความ | หนังสือ | โครงการวิจัย | มัลติมีเดีย | เกี่ยวกับ | ติดต่อ  
 
   
 
  หน้าแรก
  จดหมายข่าว
  งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
  หนังสือ
  ติดต่อสอบถาม

 

RE งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องทิ่น : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย





   
 
เครื่องมือวิจัยท้องถิ่น
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

           การร่วมประเมินสถานการณ์ (Participatory Rapid Appraisal, PRA) ได้พัฒนามาจาก RRA (Rapid Rural Appraisal) โดย RRA เป็นการเก็บข้อมูลโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา เข้ามาเก็บข้อมูลพร้อมกันในหมู่บ้าน และนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันในตอนเย็นทุกวัน การเก็บข้อมูลแบบ RRA มีข้อดีคือ ใช้เวลาน้อย แต่มีข้อเสียคือ เป็นการเก็บข้อมูลโดยชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม จึงได้พัฒนามาเป็น PRA โดยเปิดให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์/ประเมินสถานการณ์ แทนการให้ข้อมูลอย่างเดียว ในการวิจัยภาคสนาม PRA จึงเป็นงานชิ้นแรกที่ควรทำ เพราะเหมาะสำหรับการศึกษา สภาพชุมชน โดยเฉพาะลักษณะทางกายภาพ เช่น ดูว่าใครปลูกอะไร ใครถือครองที่ดินเท่าใด หรือลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจเช่น มีปัญหาอะไร มีการเชื่อมโยงกับเหตุปัจจัยอย่างไร ใครเป็นผู้มีบทบาทในการแก้ปัญหาของชุมชน เป็นต้น

Participatory Mapping
           ทำโดยการใช้วิธี Transects Walk นักวิจัยเดินเข้าไปในชุมชนพร้อมกับคนในชุมชนนั้นเห็นอะไรก็ตาม เหมือนกับการเอาหวีเข้าไปสางชุมชน ดังนั้นจึงต้องอาศัยนักวิจัยหลายคนร่วมกันกับคนในพื้นที่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสำรวจทรัพยากรของชุมชนว่ามีอะไรอยู่บ้าง และอยู่ที่ไหน เช่น บ้าน ร้านค้า โรงเรียน วัด ฯลฯ แล้วทำ Participatory Mapping ลงสีเมจิคระบุสถานที่ และทรัพยากรของชุมชนโดยให้ชาวบ้านเป็นผู้กำหนด ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มองเห็นลักษณะทางกายภาพ , จุดวิกฤติ เช่น บ้านที่มีคนป่วย ฯลฯ ทำให้เห็นภาพกลุ่มเป้าหมายที่จะทำงานในอนาคต , กลุ่มเป้าหมายของการพัฒนาของคนในชุมชนควรเป็นอย่างไร ควรดึงใครมาเกี่ยวข้อง ฯลฯ ผลที่ได้จากการทำ Mapping มักจะปรากฏผลตามสิ่งที่ชาวบ้านในชุมชนเห็นว่าสำคัญสำหรับตน การทำ Mapping นี้จะทำได้ตั้งแต่ช่วงต้นของการทำงาน

ประโยชน์ของการทำ Mapping
1. ตอบคำถามว่า ชุมชนมีลักษณะทางกายภาพอย่างไร
2. เป็นการเตรียมความพร้อมของกลุ่มและตัวเราก่อนคุยกัน (นอกจากทำแผนที่แล้ว เราจะต้องมีข้อมูลเบื้องต้นของพื้นที่ เช่น ข้อมูลจาก จปฐ. , กชช2ค)

           อย่างไรก็ตาม การเลือกกลุ่มเพื่อทำ Mapping ไม่มีเกณฑ์ตายตัว อาจเป็นกลุ่มคนที่มีประเภทเดียวกัน (homogeneous) หรืออาจเป็นกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย (heterogeneous group) อย่างไรก็ตาม การเลือกกลุ่มควรคำนึงถึงเพศด้วย เพราะผู้ชายและผู้หญิงมีมุมมองที่ต่างกัน นอกจากนี้ควรระวังไม่ให้ผู้นำชุมชนเข้ามาร่วมหรือนำเรา สำหรับจำนวนคนที่จะให้ร่วมทำ Mapping ควรใช้ประมาณ 7-12 คน

Pie Diagrams
          
การทำแผนภูมิเพื่อแยกแยะองค์ประกอบขององค์รวม ชี้ให้เห็นสัดส่วนในเรื่องต่างๆ ที่ต้องการจะศึกษา เช่น รายได้จากแหล่งต่างๆ ค่าใช้จ่ายแยกต่างหมวด ลักษณะการใช้น้ำ หรือสัดส่วนประชากรวัยต่างๆจากประชากรทั้งหมด Pie Diagrams หรือเรียกอีกอย่างว่า Trend Line การทำเส้นแนวโน้มเพื่อศึกษาในเรื่องที่เราสนใจ

Seasonality Diagramming
           การทำแผนภูมิว่าด้วยฤดูกาล จุดมุ่งหมาย เพื่อให้ชุมชนเข้าใจวงจรชีวิตของตน รู้ความเคลื่อนไหวในชุมชนของตน และในแต่ละช่วงเวลา ชุมชนต้องการอะไรเป็นพิเศษบ้าง ซึ่งเดือนที่สำคัญของชุมชนอาจไม่เริ่มด้วยเดือนมกราคมตามปฏิทิน แต่จะเริ่มตามเดือนที่ชุมชนคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับเขา ซึ่งส่วนใหญ่จะได้แก่ เดือนที่ฝนเริ่มตก แล้วไล่ไปจนครบ 12 เดือน Seasonality Diagramming จะใช้ได้ดีกับตัวชี้วัดด้านการทำมาหากิน (เศรษฐกิจ) และโรคภัยไข้เจ็บ (สุขภาพ อนามัยและสาธารณสุข)

           ประโยชน์ของ Seasonality Diagramming คือทำให้ชาวบ้านรู้ว่าเดือนไหนควรจะทำอะไร เป็นการบอกให้ชาวบ้านเกิดกระบวนการการเรียนรู้และรู้จักการวางแผนเพื่อแก้ไขเช่น เดือนไหนต้องการแรงงานเพิ่ม เดือนไหนควรหาอาชีพเสริม ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้ในด้านการศึกษาในเรื่องของหลักสูตรท้องถิ่นได้ เช่น การทำไม้กวาดดอกหญ้า ต้องทำช่วงไหนของฤดูกาล เป็นการชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดกับชุมชน เช่น ฤดูน้ำแล้ง ช่วงคนอพยพเข้า-ออก

กลับขึ้นข้างบน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

The Thailand Research Fund Regional Office
ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ (053) 944-648 ,(053) 218-250 ,(053)218-200 โทรสาร (053) 892-662 ต่อ 115
อีเมล์, info@vijai.org