| เป็นกาารจัดทำแผนกลยุทธ์วิธีหนึ่งซึ่งจะช่วยให้องค์กรทราบถึงสถานภาพขององค์กร
อันจะทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและประสบความสำเร็จ
โดยวิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอก 4 ประเด็น
คือ
ปัจจัยภายในองค์กร
S Strength หมายถึง จุดแข็ง องค์กรจะต้องมีการประเมินจุดแข็งของตนเอง
เพื่อพิจารณาเงื่อนไขแห่งความสำเร็จขององค์กรตนในมิติต่างๆ เช่น
สถานภาพทางการเงิน บุคลากร ผลผลิต โดยประเมินค่าเป็นระดับจากสูงสุดไปหาต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งในบางมิติอาจไม่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรก็ได้
W Weakness หมายถึง จุดอ่อน องค์กรจะต้องมีการประเมินจุดอ่อนของตน
เพื่อพิจารณาเงื่อนไขแห่งความล้มเหลวขององค์กรในมิติต่างๆ เช่นเดียวกับการประเมินจุดแข็ง
โดยมีการประเมินค่าจากสูงสุดไปหาต่ำสุด อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนในบางมิติอาจไม่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร
ปัจจัยภายนอกองค์กร
O Opportunity หมายถึง โอกาสหรือสิ่งที่องค์กรได้เปรียบคู่แข่ง
ทั้งนี้องค์กรควรพิจารณาโอกาสในนมิติของความดึงดูดใจและความน่าประสบความสำเร็จขององค์กร
T Threat หมายถึง อุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาขององค์กร
ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเป้าประสงค์ขององค์กร ทั้งนี้ควรพิจารณาอุปสรรคในมิติของความรุนแรงและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น
การถอดบทเรียน
การถอดบทเรียนเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากต่อการกำหนดทิศทางและแนวทางในการพัฒนา
โดยเฉพาะประเด็นการวิเคราะห์ศักยภาพข้อจำกัด และเงื่อนไขที่จะสนับสนุนให้การพัฒนาในอนาคตมีผลสำเร็จมากที่สุด
ทั้งในแง่ของเนื้อหาและกระบวนการ
การถอดบทเรียนที่จะให้ได้ข้อมูลความจริงมากที่สุดนั้นผู้ถอดบทเรียนหรือผู้ร่วมถอดบทเรียนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจในองค์ประกอบของการถอดบทเรียนอยู่
4 ประการใหญ่ๆด้วยกันคือ

มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ถอดบทเรียนต้องทำความเข้าใจในองค์ประกอบดังกล่าวในเบื้องต้นเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการตั้งคำถามและผู้ถอดบทเรียนต้องสร้างความเข้าใจร่วมกับกลุ่มคนดังกล่าว
ให้เกิดความชัดเจนและเข้าใจร่วมกัน และเป็นการตรวจสอบข้อมูลไปพร้อมๆกัน
เครื่องมือและวิธีการ
เครื่องมือที่นำมาใช้ในการถอดบทเรียนอาจใช้
MIND MAP (แผนที่ความคิด) เขียนลงบนกระดานหรือกระดาษขนาดที่ทุกคนมองเห็นชัดเจน
โดยเอาเป้าหมายหรือสิ่งที่อยากจะเห็นผลสำเร็จสุดท้ายเป็นฐานเริ่มต้น
มีรูปแบบดังนี้

การตั้งคำถามในการถอดบทเรียน
มีหลักและกระบวนการง่ายๆ 4 หลักการด้วยกันคือ
1. เตรียมตัว เตรียมใจ
1.1 ทำจิตให้ว่าง เป็นผู้ไม่รู้และอยากจะรู้อย่างตั้งใจ และใส่ใจ
1.2 มองความรู้ ประสบการณ์ทุกอย่างที่ได้รับอย่างมีคุณค่า
มีความหมายยิ่งใหญ่ ทั้งในแง่ของการบอกเล่าเรื่องราวและการขยายผล
1.3 มองทุกคนอย่างเท่าเทียม จิตอันบริสุทธ์ หลุดพ้นจากพันธนาการใดๆจริงใจอยากช่วยเหลืออย่างสุภาพและเป็นสุข
เป็นกันเอง
2. ดำเนินการ
2.1 เริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆใกล้ตัว ใกล้ใจ
- สภาพแวดล้อมใกล้ตัว
- ตัวเขาตัวเรา ทำอะไรกันอยู่ มีความสุขดีอยู่หรือไม่ อาจแนะนำตัวกันและกันไปพร้อมๆกัน
- ถามเริ่มต้นด้วยองค์ประกอบอะไรก็ได้ที่ต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกันต่อเติมกัน
2.2 ใช้ภาษาท้องถิ่น ภาษาง่ายๆ ภาษาชาวบ้าน และอาจเขียนภาษาชาวบ้าน
(อ่านแล้วรู้สึกสนุก ขบขัน)
2.3 ถามต่อเนื่องจนได้คำตอบที่ลึกที่สุด (สาเหตุของสาเหตุ)
2.4 สอดแทรกมุขตลก ทั้งภาษาสนุกๆ และอาจบอกเล่าเรื่องราว (นิทาน)
ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เห็นความสำคัญและคุณค่ายิ่งขึ้น
3. การสรุป
3.1 สรุปการพูดคุย ข้อมูลเป็นระยะๆเพื่อตอกย้ำและตรวจสอบข้อมูลความจริงไปด้วย
3.2 จับประเด็นหลักๆเขียนให้ชัดเจนและครอบคลุมที่สุด
3.3 ตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลและเพิ่มเติมด้วยการถามต่อ
3.4 สรุปสุดท้ายให้เห็นภาพทั้งหมด
4. มองเส้นทางเดินต่อไปร่วมกัน
4.1 สิ่งที่ขาด ยังไม่สมบูรณ์จะทำอย่างไรต่อไป
4.2 ศักยภาพที่มีอยู่และการต่อเติมเสริมแต่งให้ดียิ่งขึ้น
4.3 ลืมในบางเรื่องที่เป็นข้อจำกัด หรือจุดอ่อนที่ไม่สบอารมณ์
4.4 สร้างแผนงานอนาคตร่วมกันคร่าวๆเพื่อเป็นฐานให้กลุ่มๆไปคิดต่อ
ต่อเติมบางอย่าง
1) ถ้าสามารถอัดเทปไปพร้อมกัน เพื่อเก็บตกข้อมูลที่บันทึกไม่ทัน
2) หาคนที่บันทึกเก่งๆ รวดเร็วได้จะทำให้มีประสิทธิภาพในการทำข้อมูลมากขึ้น
แนวทางในการตั้งคำถามและคำตอบที่ต้องการนำมาวิเคราะห์
|