| ตามระเบียบสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการพัสดุ พ.ศ. 2541 ให้ความหมายของคำว่าพัสดุไว้ว่า
พัสดุ คือ วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
วัสดุ คือ สิ่งของที่มีสภาพการใช้สิ้นเปลืองหรือเสื่อมสภาพลงเพราะการใช้งานโดยมีอายุการใช้งานน้อยกว่า
1 ปี หรือเป็นสิ่งของที่มีราคาเมื่อจัดหาต่ำกว่า 1,000 บาทและซื้อมาเพื่อการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซม
1) งานวัสดุ เป็นการจัดระบบงาน และดำเนินการจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองซึ่งมีการเปลี่ยนสภาพหรือหมดสภาพในเวลาอันสั้น
รวมทั้งสิ่งของที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน แต่มีราคาไม่เกิน 1,000
บาท เช่น กระดาษ ปากกาหรือเครื่องเขียน แสตมป์ หนังสือ วารสาร
วัสดุคอมพิวเตอร์ เครื่องมือการทำงานอื่น ๆ เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของบุคลากรในสำนักงาน
โดยในการจัดซื้อวัสดุสำนักงานนั้น ควรมีการจัดซื้อสำรองไว้ตามความ
จำเป็นในการใช้งาน หรือตามที่หัวหน้าศูนย์ประสานงานหรือหัวหน้าโครงการวิจัยพิจารณาว่าเหมาะสม
2) งานครุภัณฑ์ ครุภัณฑ์เป็นเครื่องใช้สำนักงานที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในสำนักงานหรือ
Node โดยให้จัดซื้อครุภัณฑ์เฉพาะที่จำเป็นต้องใช้จริงในขณะนั้น
และครุภัณฑ์ใดที่ยังไม่จำเป็นหรือยังไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้หรือไม่
ควรชะลอการจัดซื้อไว้ก่อน
สำหรับเกณฑ์ในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของศูนย์ประสานงาน ให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาโครงการ
หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการครุภัณฑ์ใดในสัญญา Node ต้องแจ้ง สกว.
ภาค ทราบเพื่อหารือถึงความจำเป็นก่อนดำเนินการจัดซื้อทุกครั้ง
หรือหากสามารถจัดซื้อครุภัณฑ์ได้ในราคาต่ำกว่าที่ได้ประมาณการไว้
งบประมาณส่วนที่เหลือ Node สามารถหารือเพื่อขออนุมัติ การใช้เงินส่วนดังกล่าวสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์อื่นที่จำเป็นแทนได้
หรือสามารถขออนุมัติเพื่อโอนไปใช้ในหมวดอื่นแทนได้เช่นกัน
ขั้นตอนการจัดซื้อครุภัณฑ์
(1) ระบุคุณสมบัติของครุภัณฑ์ชนิดนั้นพร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหา
และคณะกรรมการตรวจรับอย่างน้อย 2 ท่าน สำหรับครุภัณฑ์ที่มีมูลค่าต่ำกว่า
10,000 บาท (ในกรณีนี้ศูนย์ประสานงานสามารถให้หัวหน้าโครงการลงนามตรวจรับเพียงท่านเดียวได้)
สำหรับครุภัณฑ์มีมูลค่ามากกว่า 10,000 บาทจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย
3 ท่าน
(2) เสนอเรื่องต่อหัวหน้าโครงการเพื่อขออนุมัติ
(3) หลังจากได้รับอนุมัติจัดซื้อให้ดำเนินการสอบราคา โดยประสานกับผู้ขายหลาย
ๆ ราย (ไม่ต่ำกว่า 2 แห่ง) เพื่อให้เสนอราคามาพิจารณาความเหมาะสมของคุณภาพ
ราคา รวมทั้งการบริการ หลังการขาย
(4) แจ้งผลการจัดหาให้คณะกรรมการจัดหาทราบว่าตกลงจะจัดซื้อจากผู้ขายรายไหน
เนื่องจากมี คุณสมบัติตรงตามที่โครงการต้องการอย่างไร และมีเงื่อนไขพิเศษกว่าผู้ขายรายอื่นอย่างไร
(5) ประสานงานกับผู้ขายในการจัดส่งสินค้าพร้อมกับนำใบกับภาษี/ใบส่งของ/ใบแจ้งหนี้
เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงิน
(6) คณะกรรมการตรวจรับสินค้าที่ผู้ขายส่งมา เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้ตกลงกันไว้ในใบ
เสนอราคา พร้อมลงนามตรวจรับ
(7) เมื่อคณะกรรมการตรวจรับสินค้าแล้วว่าเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในใบเสนอราคา
จึงชำระเงินพร้อมเรียกใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องจากผู้ขายนั้น
(8) เมื่อตรวจรับครุภัณฑ์แล้ว ต้องขึ้นทะเบียนครุภัณฑ์เป็นครุภัณฑ์ของโครงการ
และต้องบันทึก หมายเลขครุภัณฑ์ไว้ในทะเบียนพัสดุและติดหมายเลขไว้ที่ครุภัณฑ์
ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อถือเป็นสมบัติของ สกว. ภาค อยู่ หากมีความจำเป็นต้องใช้เพื่อประโยชน์ของชุมชนต่อไป
หัวหน้าโครงการสามารถดำเนินเรื่องชี้แจงไปยัง สกว. ภาค เพื่อการพิจารณาโอนครุภัณฑ์ให้เป็นสมบัติของสถาบันหรือองค์กรในชุมชนต่อไป
ข้อควรคำนึงในการจัดซื้อครุภัณฑ์ (รวมวัสดุ และบริการอื่น
ๆ ด้วย)
(1) วิธีการจัดซื้อ และตรวจรับครุภัณฑ์ควรเลือกใช้วิธีการใดก็ได้ที่รัดกุม
โปร่งใส คล่องตัว รวดเร็ว และต่อรองได้สูง รวมทั้งอาจใช้สัญญาซื้อขายมาตรฐานที่มีอยู่
เพื่อไม่ให้เสียเปรียบผู้ขาย และได้ ครุภัณฑ์ตามที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
(2) หลักการในการจัดซื้อครุภัณฑ์ คือ เพื่อให้ได้สิ่งของที่คุณภาพสูง
ทันเวลาที่ต้องการ และราคาประหยัด (ราคานี้คิดรวมตลอดอายุการใช้งาน
กล่าวคือ ราคาที่ประหยัด หมายถึงราคาของ ครุภัณฑ์ ณ วันที่ซื้อ
รวมถึงค่าบำรุงรักษาครุภัณฑ์ และค่าอื่น ๆ ด้วย เช่น อุปกรณ์ที่มีราคาเครื่องถูก
แต่อะไหล่และวัสดุแพง ไม่ทนทานในการใช้งาน แสดงว่าสิ่งของนั้นราคาไม่ประหยัด)
(3) รายการจัดซื้อครุภัณฑ์ต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างชัดเจนว่า
ใครเป็นผู้สั่งซื้ออุปกรณ์ชิ้นนั้นด้วยวิธีใดหากมีปัญหาเกิดขึ้น
(4) ในการจัดซื้อครุภัณฑ์ ควรระบุเวลาส่งของ รวมทั้งค่าปรับกรณีส่งของล่าช้าในสัญญาจัดซื้อ
และสามารถยกเลิกการจัดซื้อกรณีผู้ขายจัดส่งของล่าช้าเกินไป
(5) การชำระครุภัณฑ์ด้วยบัตรเครดิต จะต้องเรียกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี
จากผู้ขายเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน โดยไม่สามารถใช้ใบเรียกเก็บเงินของบริษัทบัตรเครดิตเป็นหลักฐานการจ่ายเงินได้
เนื่องจากถือว่าบริษัทบัตรเครดิตไม่ใช่ผู้ขายสินค้าหรือบริการนั้น
|