| หลักเกณฑ์การคิดงบประมาณโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
สำนักงานภาค
1. หมวดค่าตอบแทน
1.1 ค่าตอบแทนต้องสามารถระบุชื่อผู้รับได้แน่นอน และมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์แนบ
1.2 สัดส่วนของค่าตอบแทนต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของงบประมาณรวมโครงการ
ยกเว้น กรณีที่โครงการมีนักวิจัยร่วมโครงการจำนวนมาก สามารถยืดหยุ่นได้มากกว่าร้อยละ
30 แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 40
1.3 ให้คิดค่าตอบแทนเป็นรายวันตามกิจกรรมที่ได้ทำจริง (กิจกรรมที่ทำจริงนั้นรวมถึงการเขียนรายงานวิจัยด้วย)
หัวหน้าโครงการได้ไม่เกินวันละ 400 บาท และนักวิจัยร่วมไม่เกินวันละ
200 บาท หากว่าทีมวิจัยมีจำนวนมากสามารถปรับลดค่าตอบแทนในอัตราดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม
แต่ทั้งนี้ ค่าตอบแทนรวมทั้งสิ้นต้องไม่เกินสัดส่วนค่าตอบแทนที่กำหนดไว้ในข้อ
1.2
1.4 กรณีที่ผู้ประสานงานเห็นว่าการคิดค่าตอบแทนเป็นรายกิจกรรมนั้นไม่เหมาะสม
หากทางโครงการได้เสนอค่าตอบแทนให้กับทีมวิจัยเป็นรายเดือน
ให้ผู้ประสานงานพิจารณาความเหมาะสมเป็นกรณีพิเศษ แต่ทั้งนี้
ต้องอ้างอิงข้อ 1.1 และ 1.2 เป็นหลัก
1.5 กรณีที่โครงการวิจัยมีจำนวนคนมากและค่าตอบแทนสูง ขอให้ยืนยันค่าตอบแทนในสัดส่วนตามข้อ
1.2 ซึ่งหากมีปัญหาในการจัดสรรค่าตอบแทนให้นักวิจัยเป็นรายคน
ควรเสนองบประมาณค่าตอบแทนให้โครงการวิจัยเป็นก้อน โดยให้ทีมวิจัยไปบริหารจัดการเอง
ซึ่งอาจจะเป็นการเฉลี่ยค่าตอบแทนเป็นรายกิจกรรมที่ทำจริงภายในทีมวิจัย
1.6 กรณีที่โครงการมีค่าตอบแทน สกว. จะกันค่าตอบแทนในงวดสุดท้ายไว้จำนวนครึ่งหนึ่ง
ซึ่งจะพิจารณาเบิกจ่ายเมื่อโครงการส่งรายงานฉบับสมบูรณ์และรายงานการเงินงวดสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
1.7 หากโครงการไม่ขอรับค่าตอบแทน ทาง สกว.ภาค จะจัดสรรเงินงวดพิเศษ
ก. ให้กับทีมวิจัย จำนวน 5% ของงบประมาณรวม ซึ่งไม่รวมค่าครุภัณฑ์และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
เพื่อใช้เป็นค่าเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่ม โดย สกว.ภาค
จะพิจารณาเบิกจ่ายเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยมีผลงานสมบูรณ์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา
2. ค่าจ้าง
2.1 ค่าจ้างถ้าเป็นไปได้ควรระบุชื่อผู้รับจ้าง แต่ถ้ายังไม่ทราบควรระบุเป็นลักษณะงานที่ต้องการจ้าง
2.2 คิดค่าจ้างตามภาระงาน/วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์/บทบาทความรับผิดชอบ
2.3 ค่าจ้างที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ ค่าจ้างในการเก็บข้อมูล
ต้องไม่เกินวันละ 200 บาท (หากคิดในลักษณะเป็นชิ้นงานจะอยู่ในหมวดค่าใช้สอย)
3. ค่าใช้สอย
3.1 ค่าอาหาร สามารถแบ่งเป็นรายกรณี ดังนี้
- จัดประชุมในชุมชน 30 50 บาท/คน
- จัดประชุมในเมือง 50 - 80 บาท/คน
- จัดประชุมในโรงแรม 100 120 บาท/คน
3.2 ค่าที่พักประมาณ 200 600 บาท/คน/วัน
3.3 ค่าสถานที่ ถ้าเป็นการจัดประชุมในชุมชนไม่ควรจะมี แต่ถ้ามีก็ไม่ควรจะเกิน
100 บาท/วัน และถ้าเป็นการจัดประชุมในเมืองควรจะอยู่ประมาณ
200 1000 บาท/วัน
3.4 ค่าพาหนะเดินทาง แบ่งเป็น
- ค่าเช่ารถ ในกรณีที่เป็นรถตู้ประมาณ 1,000 1,500 บาท/วัน
(ไม่รวมค่าน้ำมัน) ถ้าเป็นการเช่ารถอื่นๆ ในการลงพื้นที่
หรือเพื่อศึกษาดูงานควรแยกพิจารณาเป็นรายกรณีไป ทั้งนี้
กรณีที่มีการเช่ารถเพื่อการเดินทางควรจะมีการแยกค่าน้ำมันในการเดินทางต่างหาก
- ค่าพาหนะเดินทางของโครงการควรจะมีความเหมาะสมสอดคล้องกับการดำเนินงานโครงการและบริบทพื้นที่
ซึ่งควรแยกเป็นรายกิจกรรมให้เห็นชัดเจน โดยในการเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางดังกล่าวให้คิดตามเกณฑ์ของ
สกว.ภาค (คิดตามระยะทาง โดยรถยนต์ กม.ละ 3 บาท และรถจักรยานยนต์
กม.ละ 2 บาท)
3.5 ค่าตอบแทนวิทยากรทั่วไปไม่เกิน 400 บาท/คน/วัน ทั้งนี้
ให้พิจารณาคุณสมบัติและบทบาทที่มอบหมายประกอบการพิจารณาด้วย
3.6 ค่าตอบแทนในการเข้าร่วมประชุม ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจะมีอย่างยิ่ง
แต่ถ้ามีต้องมีเหตุผลประกอบที่เหมาะสม เช่น ผู้เข้าร่วมประชุมมีฐานะยากจน
เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการแล้วสูญเสียรายได้ซึ่งมีความจำเป็นต่อการยังชีพ
หรือ หนทางลำบากต้องเดินเท้าเข้าร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถคิดเป็นค่าพาหนะเดินทางได้
ซึ่งค่าตอบแทนในการเข้าร่วมประชุมนั้นดูตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่เกินวันละ
200 บาท/คน
3.7 ค่าติดต่อประสานงาน ซึ่งจะประกอบไปด้วย ค่าไปรษณีย์ ค่าโทรศัพท์/โทรสาร
ประมาณ 300 500 บาท/เดือน
3.8 ค่าเบี้ยเลี้ยง ในความหมายของ สกว. มีเงื่อนไข ดังนี้
- ค่าเบี้ยเลี้ยง คือ ค่าอาหาร หากกิจกรรมใดมีการเลี้ยงอาหารแล้ว
ไม่สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้อีก
- โครงการใดหัวหน้าโครงการหรือนักวิจัยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนแล้ว
ไม่ควรที่จะได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงอีก
- ค่าเบี้ยเลี้ยงนั้นจะสามารถเบิกได้เมื่อมีการเดินทางไปทำงานนอกพื้นที่ที่รับผิดชอบเท่านั้น
3.9 ค่าจัดทำรายงานผลการวิจัย
- รายงานความก้าวหน้า ไม่เกิน 2,500 3,000 บาท
- ร่างและรายงานฉบับสมบูรณ์รวมกัน ไม่เกิน 4,500 - 5,000
บาท
4. ค่าวัสดุ
4.1 ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุอุปกรณ์ในการจัดเวที อุปกรณ์เครื่องเขียน
วัสดุสำนักงานสิ้นเปลืองต่างๆ ซึ่งโครงการอาจจะยังไม่สามารถจำแนกเป็นรายละเอียดย่อยๆ
ได้ แต่ทั้งนี้ ถ้าวัสดุดังกล่าวเป็นวัสดุเฉพาะที่มีราคาค่อนข้างสูง
เช่น หมึกพิมพ์เครื่องปริ้นเตอร์ ก็ควรระบุค่าวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวให้ชัดเจน
4.2 ค่าวัสดุนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะและความถี่ในการจัดกิจกรรมของโครงการวิจัย
โดยอยู่ประมาณ 500 1,000 บาท/เดือน หรือไม่เกิน 10% ของงบประมาณรวม
แต่กรณีที่โครงการมีลักษณะเป็นไปในเชิงทดลองเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ
และการหาทางเลือกอาชีพใหม่ ค่าวัสดุนั้นสามารถยืดหยุ่นได้ไม่เกิน
40% ของงบประมาณรวม แต่ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายในเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
- ทีมวิจัยไม่ขอรับค่าตอบแทน
- ศักยภาพชุมชนไม่สามารถร่วมลงทุนได้
- ชุมชนไม่สามารถขอรับการสนับสนุนกับหน่วยงานในพื้นที่ได้
5. ค่าครุภัณฑ์
สกว.ภาค ไม่มีนโยบายสนับสนุนค่าครุภัณฑ์ แต่หากมีความจำเป็น
สกว.ภาค จะพิจารณาเป็นรายกรณีไป
|