หน้าแรก | ข่าว | กิจกรรม | บทความ | หนังสือ | โครงการวิจัย | มัลติมีเดีย | เกี่ยวกับ | ติดต่อ  
 
   
 
  หน้าแรก
  จดหมายข่าว
  งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
  หนังสือ
  ติดต่อสอบถาม

 

RE งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องทิ่น : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย





   
 
เครื่องมือวิจัยท้องถิ่น
ประเด็นและบทบาทของการติดตามสนับสนุน
การติดตามสนับสนุนโครงการวิจัย ไม่ใช่การจับผิด หรือการตรวจสอบ หรือการชี้นำ หากแต่เป็นการหนุนเสริมศักยภาพทีมวิจัยและชุมชนจากฐานเดิมให้มีความรู้ความสามารถในการทำงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นพี่เลี้ยงจึงมีบทบาทสำคัญในการที่จะติดตามสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ในประเด็นต่อไปนี้
1) การใช้งบประมาณและการจัดการงบประมาณ
1.1 ควรดำเนินการทุก 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน ทั้งการเบิกจ่าย การเคลียร์ใบเสร็จรับเงินรูปแบบต่างๆ เพื่อตรวจเช็คความถูกต้องในการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถปรับปรุง แก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะทับถมมากขึ้น
1.2 พิจารณาความเหมาะสมในการใช้งบประมาณของแต่ละกิจกรรม ตามความเป็นจริงและการใช้จ่ายจริง รวมทั้งความสอดคล้องระหว่างงบประมาณที่ใช้กับผลงานที่ออกมา
1.3 พิจารณาความเหมาะสมของการใช้งบประมาณกับแผนงานที่วางไว้ ซึ่งต้องไม่ปรับเปลี่ยนมากนัก หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนควรเป็นกิจกรรมที่ยังตอบคำถามเดิม แต่ต้องปรึกษาร่วมกันกับทีมงานทั้งหมด ที่ปรึกษาโครงการและผู้ให้ทุน
1.4 สรุปรายงานการเงิน ส่งหน่วยสนับสนุนเมื่อครบกำหนดเวลา (ตามข้อตกลง)

2) การสรุปบทเรียน การประมวลความรู้ และการจัดทำรายงาน
2.1 ควรจัดให้มีการสรุปบทเรียนหลังดำเนินกิจกรรมทุกกิจกรรม เพื่อประมวลความรู้ทั้งในเชิงเนื้อหาและกระบวนการ รวมถึงบทเรียนข้อสังเกตต่างๆ เพื่อปรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมครั้งต่อไป หรือเพื่อการเผยแพร่ขยายผล
2.2 ต้องมีการประมวลผลความรู้เป็นระยะๆ ทุก 3 - 4 เดือน หรือทุก 6 เดือน ทั้งนี้ เพื่อดูความก้าวหน้าของการจัดกิจกรรมวิจัยว่า ได้รวบรวมข้อมูลระดับไหน ข้อมูลมีจุดแข็ง จุดอ่อน อะไรบ้าง กระบวนการเรียนรู้และการแก้ปัญหาของชาวบ้านเป็นอย่างไร เพื่อวิเคราะห์ปัจจัย เงื่อนไขความล้มเหลว ความสำเร็จของการทำงานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาเพื่อนำมาใช้ในการวางแผนงานวิจัยช่วงต่อไป
2.3 เช็คข้อมูลที่ศึกษา ว่าเพียงพอต่อการตอบคำถามวิจัยหรือไม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผน กิจกรรมการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมกรณีข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ควรเน้นวิธีการเก็บข้อมูลอย่างมี ส่วนร่วมให้มากที่สุด
2.4 หนุนเสริมนักวิจัยในการจัดทำรายงานวิจัย ทั้งรายงานความก้าวหน้าและฉบับสมบูรณ์ ส่ง สกว.ภาค พร้อมทั้งส่งความคิดเห็น (Recommendation) ต่อรายงานดังกล่าว เมื่อครบกำหนดเวลาตามข้อตกลงร่วมกัน โดยอาจใช้แนวทางของ สกว.ภาค หรือปรับใช้ตามความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยเน้นการสื่อสารกับภายนอกให้เข้าใจในสิ่งที่โครงการวิจัยดำเนินการมาทั้งหมด

3) การเสริมความรู้และประสบการณ์ให้กับทีมวิจัยและชุมชนวิจัย ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาทีมงานและ ผู้นำให้มีความรู้และทักษะในการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นระยะ ๆ ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล การจับประเด็น การสรุปข้อมูล วิทยากรกระบวนการ เป็นต้น ซึ่งมี 2 วิธีการ ดังนี้
3.1 การฝึกฝนตามกิจกรรมวิจัย เป็นการใช้กระบวนการวิจัยกับชุมชนเสริมความรู้ ประสบการณ์และฝึกทักษะไปพร้อม ๆ กัน โดยอาจเชิญผู้รู้เข้ามาร่วมกระบวนวิจัยแล้วเรียนรู้จากผู้รู้ไปพร้อม ๆ กัน เป็นการฝึกฝนจากของจริง
3.2 การฝึกฝนนอกเหนือจากกระบวนการวิจัย เป็นการเสริมความรู้เพิ่มเติมที่นอกเหนือจากความรู้ทักษะที่ได้รับจากกระบวนการวิจัย เช่น การเข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ การเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการ การศึกษาดูงาน เป็นต้น

การเขียนรายงานการวิจัย

1) ความสำคัญของการเขียนรายงาน
             นักวิจัยส่วนใหญ่มักประสบกับปัญหาในการเขียนรายงานการวิจัย ซึ่งอาจเกิดจากการไม่ทราบว่าจะเขียนอย่างไร หรือไม่มีเวลาเขียน หรือไม่ทราบว่าการเขียนรายงานวิจัย การบันทึกข้อมูลมีความสำคัญกับนักวิจัยและชุมชนอย่างไร จึงทำให้การดำเนินโครงการล่าช้า ไม่สามารถดำเนินการในระยะต่อไป หรือปิดโครงการได้ จึงจำเป็นที่พี่เลี้ยงต้องหนุนเสริมให้นักวิจัยมีการบันทึกการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ช่วยในการจัดทำรายงาน
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของการเขียนรายงานวิจัยคงไม่ได้อยู่ที่การส่งรายงานให้กับ สกว.ภาค เพื่อพิจารณา และดำเนินโครงการให้สิ้นสุดเท่านั้น              แต่เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินงานวิจัยในระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้ภาคสังคมและแหล่งสนับสนุนตรวจสอบได้ในฐานะที่ใช้เงินภาษีของประชาชนดำเนินการวิจัยเป็นประโยชน์กับชุมชนในแง่การกล่าวอ้างถึงข้อมูลจากการวิจัยในการต่อรองกับภายนอกเพื่อการรักษาและให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของชุมชนเอง เป็นข้อมูลสำคัญที่ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และปรับใช้ต่อการดำรงชีวิตในโอกาสต่อไป เป็นบทเรียนสำคัญในการแก้ปัญหาของชุมชนเองหรือสามารถนำไปเผยแพร่ให้กับชุมชนอื่นต่อไปได้ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการนำเสนอด้วยรายงาน ทั้งนี้ ไม่ได้เน้นว่าจะต้องเป็นภาษาวิชาการ แต่เน้นการเสนอกระบวนการดำเนินงาน บทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้น การเรียนรู้ของทีมวิจัย/ชาวบ้าน และความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรียนรู้ร่วมกันของทีมวิจัย/ชาวบ้าน

2) แนวทางการเขียนรายงานวิจัย
2.1 รายงานความก้าวหน้า ควรประกอบไปด้วยเนื้อหาสำคัญ 6 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 สรุปเนื้อหาโครงการโดยย่อ ได้แก่
(1) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
(2) คำถามการวิจัย
(3) วัตถุประสงค์โครงการ
(4) พื้นที่ศึกษา
(5) วิธีการดำเนินงาน
(6) ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ส่วนที่ 2 การทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง
หากทุกโครงการวิจัยมีการทบทวนเอกสารงานวิจัยและงานพัฒนาที่ได้เคยทำมาแล้ว และเลือกศึกษาประเด็นงานวิจัยดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการวิจัยที่กำลังทำอยู่ จะช่วยทำให้ทีมวิจัยเข้าใจเนื้อหามากขึ้นและสามารถนำไปเป็นแนวทางในการวิเคระห์โครงการวิจัยได้ต่อไป (หากยังไม่สามารถดำเนินการเสร็จสิ้นอาจนำไปใส่ในรายงานฉบับสมบูรณ์เลยก็ได้)

ส่วนที่ 3 รายงานผลการดำเนินงาน
เขียนผลการดำเนินงานวิจัยโดยยึดวัตถุประสงค์โครงการวิจัยเป็นหลัก และรายงานการทำกิจกรรมวิจัย ตามลำดับดังนี้
(1) ชื่อกิจกรรม
(2) วัตถุประสงค์ของการดำเนินกิจกรรม
(3) วิธีการดำเนินกิจกรรม / เครื่องมือที่ใช้ / กระบวนการ
(4) ผู้เขาร่วมกิจกรรม (จำนวนเท่าไร /เป็นใครบ้าง)
(5) สถานที่ / เวลา ที่ทำกิจกรรม
(6) ผลที่ได้จากการทำกิจกรรม เป็นอย่างไร

ส่วนที่ 4 วิเคราะห์ผลที่ได้จากการทำกิจกรรมทั้งหมดในภาพรวม โดยมีประเด็นในการวิเคราะห์ ดังนี้
(1) ข้อมูลที่ได้จากแต่ละกิจกรรมมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องหรือเชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง
(2) ข้อมูลที่ได้จากการทำกิจกรรมแต่ละครั้งตอบวัตถุประสงค์ที่วางไว้หรือไม่ อย่างไร
(3) วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้เพื่อนำมาวางแผนกิจกรรมในช่วงต่อไป

ส่วนที่ 5 บทเรียนที่ได้จากการทำวิจัย โดยแยกเป็นประเด็นดังต่อไปนี้
(1) หลังจากการดำเนินงานวิจัยทีมวิจัยและชาวบ้านเกิดการเรียนรู้อะไรบ้าง เช่น เครื่องมือ /เทคนิค/ วิธีการต่าง ๆ
(2) กระบวนการวิจัยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในชุมชน
(3) มีปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นจากการทำวิจัยหรือไม่ อย่างไร และปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร
(4) ด้านการมีส่วนร่วมของทีมวิจัยและชาวบ้านต่อกระบวนการวิจัย
(5) ข้อคิดเห็น ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ต่องานวิจัย

กลับขึ้นข้างบน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

The Thailand Research Fund Regional Office
ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ (053) 944-648 ,(053) 218-250 ,(053)218-200 โทรสาร (053) 892-662 ต่อ 115
อีเมล์, info@vijai.org