การวางแผนและการกำหนดรูปแบบการติดตามสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่
สกว.ภาค และ Node ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับการประเมิน/วิเคราะห์โครงการทั้งที่เกี่ยวกับ
นักวิจัย ชุมชนวิจัย ประเด็นศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ว่ามีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไรเพื่อกำหนดความเข้นข้นในการติดตามสนับสนุนอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับบริบทในแต่ละพื้นที่แต่ละฤดูกาล วัฒนธรรมชุมชน
ตลอดจนแนวคิดการทำงานของทีมวิจัยและชุมชน ที่ปรึกษางานวิจัยหรือกลุ่มคนท้องถิ่นที่ร่วมงานกับ
Node ในการขับเคลื่อนกระบวนการวิจัยสู่การแก้ปัญหา ซึ่งมีมุมมองและประสบการณ์อันหลากหลาย
รวมทั้งกฎเกณฑ์ เงื่อนไข ระเบียบ ข้อบังคับ ในการบริหารจัดการของ
สกว.ภาค ที่สามารถเอื้อประโยชน์ต่อการติดตามสนับสนุน โดยมีหลาย
รูปแบบในการติดตามสนับสนุน ดังนี้
1) การเตรียมความพร้อมนักวิจัย
หลังจากที่โครงการวิจัยผ่านการอนุมัติแล้ว แม้ว่าพี่เลี้ยงจะมั่นใจในทีมวิจัยชุมชนว่ามีความชัดเจนมากเพียงไรก็ตาม
แต่ก็มักจะเกิดปัญหาตามมาหลายประการ เช่น ทีมวิจัยไม่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
ความไม่เข้าใจในแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นและความแตกต่างระหว่างงานวิจัยและงานพัฒนาของทีมวิจัยและชุมชน
ความเข้าใจในบทบาทของทีมวิจัย เช่น การบันทึก การสรุปและจัดทำรายงานวิจัย
การจัดการโครงการ/งบประมาณ นอกจากนี้การควบคุมกรอบการศึกษารวบรวมข้อมูลให้ได้ตาม
วัตถุประสงค์วิจัย เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ กับนักวิจัยใหม่ทำให้โครงการไม่มีทิศทางหรือไม่มีการเก็บข้อมูลที่สำคัญหรือไม่สามารถเก็บข้อมูลตามที่วางแผนไว้ได้หรือข้อมูลกระจัดกระจายไม่ลงลึกพอที่จะวิเคราะห์สู่การวางแผนแก้ปัญหาได้
จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่พี่เลี้ยงต้องมีการเตรียมความพร้อมนักวิจัยก่อนที่จะดำเนินโครงการเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว
โดยอาจใช้วิธีการจัดเวทีและกระบวนการกลุ่ม ในประเด็นต่อไปนี้
1.1
ความเข้าใจในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เนื่องจากมีนักวิจัยหลายคนที่ยังต้องตั้งคำถามหลังจากดำเนินโครงการแล้วระยะหนึ่งว่า
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นคืออะไร จึงจำเป็นต้องตรวจสอบความเข้าใจแนวคิด
การให้ความสำคัญ และเข้าใจในความแตกต่างกับงานพัฒนาหรือไม่ อย่างไร
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
P (การมีส่วนร่วม)
|
A (การปฏิบัติการ)
|
R (การวิจัย) |
| - โดยชาวบ้าน เพื่อชาวบ้าน
- ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน เข้ามาร่วมตั้งแต่แรก (ร่วมอะไร,ร่วมอย่างไร)
- มีเครื่องมือ วิธีการเฉพาะเพื่อดึงการมีส่วนร่วม
- มีคนสานต่อเมื่อโครงการสิ้นสุด
- เป็นการสร้างโอกาส / มีเวที
|
- ใช้ข้อมูลเป็นฐาน ในการตัดสินใจเลือกกิจกรรม (ค้นหาทุนเดิมทางสังคม,
หาสาเหตุของปัญหา)
- เป็นการทดลองปฏิบัติเพื่อค้นหารูปแบบที่เหมาะสม(ลองผิดลองถูก)
- มีการสรุปผลกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
|
- มีการบันทึกอย่างต่อเนื่อง (ด้านเนื้อหา และด้านกระบวนการ)
- ได้ความรู้, แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา
โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ และปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด
|
(การมีส่วนร่วม) A (การปฏิบัติการ) R (การวิจัย)
- โดยชาวบ้าน เพื่อชาวบ้าน- ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน เข้ามาร่วมตั้งแต่แรก
(ร่วมอะไร,ร่วมอย่างไร)- มีเครื่องมือ วิธีการเฉพาะเพื่อดึงการมีส่วนร่วม-
มีคนสานต่อเมื่อโครงการสิ้นสุด- เป็นการสร้างโอกาส / มีเวที
- ใช้ข้อมูลเป็นฐาน ในการตัดสินใจเลือกกิจกรรม (ค้นหาทุนเดิมทางสังคม,
หาสาเหตุของปัญหา)- เป็นการทดลองปฏิบัติเพื่อค้นหารูปแบบที่เหมาะสม(ลองผิดลองถูก)-
มีการสรุปผลกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง - มีการบันทึกอย่างต่อเนื่อง
(ด้านเนื้อหา และด้านกระบวนการ)- ได้ความรู้, แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา
โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ และปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด

สร้างคน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ (ปัจเจกบุคคล), สร้างกลุ่ม,
สร้างเครือข่าย, สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วย ตนเอง (มั่นใจในการแก้ไขปัญหา)
สร้างคนให้มีกระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนา มีการบูรณาการ (นำทุกอย่างมาจัดการร่วมกันอย่างเป็นระบบ)
ได้องค์ความรู้ (ใหม่) ได้รูปแบบ วิธีการที่เหมาะสมที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหาชุมชนในบริบทของชุมชน
q ปัญหาถูกแก้ไข

1.2 ทบทวนโครงการ ในประเด็นต่อไปนี้
คำถามการวิจัย วัตถุประสงค์ แผนกิจกรรม วิเคราะห์ผู้เกี่ยวข้องว่ามีใคร/กลุ่ม/องค์กรใดบ้าง
ที่จะสามารถร่วมกันทำงานโครงการได้ในเรื่องใดบ้าง กำหนดข้อมูลในแผนกิจกรรมที่จะต้องรวบรวมว่ามีอะไรบ้าง
ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา ข้อมูลอะไรที่มีแล้วในเอกสารมือสอง
(Secondary Data) หรือข้อมูลใดที่ต้องเก็บเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้เก็บข้อมูลได้ตรงประเด็น
ไม่จำเป็นต้องเก็บทุกเรื่อง เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อไป
ในแผนกิจกรรมมีการใช้ เครื่องมือ/เทคนิค/วิธีการต่าง
ๆ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลเหมาะสมหรือไม่ สามารถระดมความคิดแบบมีส่วนร่วมได้หรือไม่
(การใช้แบบสัมภาษณ์อาจไม่จำเป็นสำหรับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นซึ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม)
สามารถตอบคำถามการวิจัยเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ จัดให้มีการสรุป
บทเรียนการทำงานหรือไม่ เพื่อที่จะได้วางแผนการดำเนินงานในระยะต่อไปได้
ในบางกรณีอาจเชิญนักวิจัยที่มีประสบการณ์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อให้เข้าใจ
และเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
1.3 บทบาทนักวิจัย
จะต้องชี้แจงให้นักวิจัยทราบบทบาทของตนเองว่าเป็นผู้จัดการโครงการ
ผู้ประสานงาน และเขียนรายงาน ตลอดจนตระหนักว่าตนเป็นส่วนสำคัญของโครงการ
จะต้องกำหนดประเด็นการศึกษาให้ชัดโดยกระบวนการมีส่วนร่วม (สืบเนื่องจากข้อ
2) เพื่อให้เกิดความตระหนักในปัญหา และต้องการที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างแท้จริง
ควรประเมินทักษะนักวิจัย (การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล
การเขียน จับประเด็น การตั้งคำถาม) เพื่อที่จะได้วางแผนการหนุนเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
จะต้องเน้นให้นักวิจัยให้เวลากับการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น
ยึดเป้าหมายให้มั่น และมีการบันทึกการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
เป็นระบบ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูล นำเสนอ และเขียนรายงานได้
พี่เลี้ยงจะต้องช่วยในการวิเคราะห์ และกำหนดบทบาทผู้ที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนวิเคราะห์โครงการทั้งในระดับโครงการและเหนือโครงการ เพื่อหนุนเสริมโครงการอย่างต่อเนื่อง
1.4 การมีส่วนร่วม
ต้องหาเทคนิค วิธีการ เครื่องมือ (การสรุปข้อมูลให้เห็นภาพ mind
map) ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อดึงการมีส่วนร่วม และสร้างความตระหนักในทุกกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ
1.5 การจัดการโครงการและงบประมาณ
พี่เลี้ยงจะต้องชี้แจงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข เอกสารทางการเงินและบัญชี
แก่ทีมวิจัยให้ชัดเจน ต้องมีการกระจายงบประมาณค่าตอบแทนตามเกณฑ์ของ
สกว.ภาค (ค่าตอบแทนไม่เกินร้อยละ 30) และชี้แจงต่อชุมชนอย่างโปร่งใสว่างบประมาณได้มาอย่างไร
เหตุใดนักวิจัยจึงได้รับค่าตอบแทน หรือต้องมีบทบาทอะไรบ้างจึงได้รับค่าตอบแทน
เนื่องจากมีบางกรณีชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือมากนัก เพราะรู้สึกขัดแย้งในเรื่องนี้
หรือในบางครั้งอาจต้องให้เวทีตัดสินใจ พี่เลี้ยงจะต้องมีการติดตามงาน/สรุปงานเป็นระยะ
ๆ เพื่อให้ทีมวิจัยสามารถดำเนินโครงการได้ตามเป้าหมาย และลดช่องว่างในการสื่อสาร
(ภาษา ประสบการณ์) กับทีมวิจัย/ชาวบ้าน
|