หน้าแรก | ข่าว | กิจกรรม | บทความ | หนังสือ | โครงการวิจัย | มัลติมีเดีย | เกี่ยวกับ | ติดต่อ  
 
   
 
  หน้าแรก
  จดหมายข่าว
  งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
  หนังสือ
  ติดต่อสอบถาม

 

RE งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องทิ่น : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย





   
 
เครื่องมือวิจัยท้องถิ่น
เครื่องมือในการพิจารณาโครงการวิจัย

เครื่องมือในการพิจารณาโครงการวิจัย

ใช้หลักอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) และรัตนโมเดล (พุทธะ ธรรมะ สังฆะ) มีดังนี้
1) พิจารณากระบวนการศึกษาที่ทำให้เห็นปัจจัยเชื่อมโยงเหตุและผลที่แท้จริง ตามหลักอริยสัจ 4 กล่าวคือ

สมุทัย
- สาเหตุ หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา
   คืออะไร

มรรค
- แนวทาง หรือกระบวนการที่สามารถ ทำให้บรรลุเป้าหมาย (แก้ไขปัญหา) เป็นอย่างไร

ทุกข์
- สภาพปัญหาที่เป็นอยู่ปัจจุบันเป็นอย่างไร
นิโรธ
- อยากให้เป็นอยู่อย่างไร (วิสัยทัศน์)

2) พิจารณาความบรรลุเป้าหมายงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นตามหลักรัตนโมเดล กล่าวคือ

  • ได้มุ่งพัฒนาตนเอง (พุทธะ) ให้ตื่น รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ หรือไม่
  • ได้มุ่งพัฒนาความรู้ (ธรรมะ) บนฐานความเป็นจริงที่เป็นอยู่ของสิ่งที่ศึกษา หรือชุมชนท้องถิ่นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้เชิงกระบวนการ วิธีการ (ทำอย่างไร) หรือความรู้เชิงวิถีที่เหมาะสมต่อการเผชิญต่อสถานการณ์และปัญหา (อริยวินัย)
  • ได้มุ่งพัฒนาความเป็นกลุ่มก้อน เครือข่าย (สังฆะ) หรือกลไกการมีส่วนร่วมของหมู่คนในชุมชนท้องถิ่น และความร่วมมือขององค์กรภายนอกหรือไม่ ทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม/องค์กร ชุมชน องค์กรภาครัฐ และเอกชน ผู้สนับสนุนจากภายนอก

การประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการวิจัย
สามารถประเมินจากลักษณะของโครงการวิจัยภายใต้หลักการต่าง ๆ ดังนี้
1) การประมวลภาพรวมโครงการว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ โดยการวิเคราะห์ในหลายระดับ ดังนี้

ก) เป็นความต้องการของชาวบ้าน หรือคนกลุ่มหนึ่ง โดยอาจมีกลุ่มชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเป็นแกนในการทดลองทำงาน ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาหลักของชุมชน

ข) เป็นปัญหาหรือปัญหาหลักที่มีคนนอกเข้ามาร่วมทำวิจัย อาจเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย หรือทำหน้าที่บางอย่างในโครงการวิจัย

ค) เป็นปัญหาของเครือข่ายที่ยกระดับเหนือชุมชนใดชุมชนหนึ่งซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน โดยมีสมาชิกและแกนนำเครือข่ายร่วมทีมวิจัย และมีชุมชนเป้าหมายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการวิจัย

ง) เป็นปัญหาของสังคม หรือทางออกของสังคม ลักษณะเช่นนี้อาจดูห่างไกลจากความเป็นชุมชนท้องถิ่นขึ้นอยู่กับประเด็นวิจัยว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่มีข้อแม้ว่าชาวบ้านต้องร่วมทำวิจัยด้วย และเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีขอบเขตพื้นที่ทำงาน/กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน



2) หลักการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในการประเมินความเป็นไปได้ในการทำโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นนั้น นอกจากมองระดับของโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นแล้ว ยังต้องยึดหลักการสนับสนุนของ สกว. ภาค อีกด้วย โดยมีหลักการใหญ่ ๆ คือ

ก) การวิจัยเพื่อท้องถิ่นต้องมาจากปัญหาของชาวบ้าน ชาวบ้านต้องการแก้ปัญหาหรือ ชาวบ้านอยากทำ นั่นคือการวิจัยเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาของชาวบ้าน การวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นการสร้างความรู้เพื่อไปแก้ปัญหาและเป็นการสร้างความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น

ข) ต้องมีกิจกรรมการแก้ปัญหาร่วมกันของชาวบ้านด้วย หรือมีการทดลองแก้ปัญหาร่วมกันของชาวบ้านด้วยกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น

ค) การมีส่วนร่วมของชาวบ้าน “การวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นงานวิจัยของชาวบ้าน โดยชาวบ้าน เพื่อชาวบ้าน” การมีส่วนร่วมของชาวบ้านต้องเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การสร้างความรู้ การนำความรู้ไปแก้ปัญหา การถอดความรู้ และการประเมินผลการทำงาน การตีความ การจัดระบบข้อมูลและการสรุปความรู้ รวมถึงการพัฒนาสื่อและการสื่อสารความรู้ให้สาธารณะชนรับทราบและผลักดันนโยบาย กล่าวโดยสรุปก็คือ ชาวบ้านเป็นผู้สร้างและเป็นผู้ใช้ความรู้หรือชาวบ้านเป็นทีมวิจัยนั่นเอง

ง) การวิจัยเพื่อท้องถิ่นเน้นกระบวนการ หมายถึง กระบวนการที่เน้นการเรียนรู้ชาวบ้านหรืออาจมีคนภายนอกเข้าไปร่วมดำเนินการวิจัย ในฐานะที่เป็นทีมวิจัยร่วม หรือเป็นพี่เลี้ยง หรือเป็นที่ปรึกษา โดยทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ของชาวบ้านตลอดโครงการวิจัย ซึ่งบทบาทคนนอกจึงเป็นเพียง “นักจัดกระบวนการ” ชวนคิดชวนมอง ตั้งคำถามและเชื่อมโยงคำตอบผ่านการตรวจเช็คข้อมูลความถูกต้องของชาวบ้าน


3) แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านต่างๆ นอกจากนี้ยังต้องมองทิศทางการพัฒนาสังคม โดยมี เพื่อช่วยให้การตัดสินใจประเมินความเป็นไปได้ในการทำโครงการวิจัยง่ายขึ้น เช่น

ก) การพัฒนาตามแนวทางแห่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. 2540 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบันและอนาคต ซึ่งต้องศึกษาให้ละเอียดและเห็นแนวทางที่ชัดเจน

ข) หลักว่าด้วยสิทธิชุมชนและคนด้อยโอกาส เช่น การกระจายอำนาจสู่ประชาชนและการลดทอนอำนาจจากศูนย์กลางการพัฒนา

ค) หลักความเสมอภาค ความเป็นธรรมและความเท่าเทียมกันของคนในสังคม

ง) แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น การอนุรักษ์ การฟื้นฟู การสืบทอด ฯลฯ

จ) การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา หรือคนและชุมชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา

ฉ) แนวคิดการพัฒนาเชิงระบบและการพัฒนาแบบองค์รวม เป็นต้น

4) การให้ความเห็นต่อความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น มี 3 ลักษณะ คือ

ก) การพัฒนาโครงการวิจัยให้มีความชัดเจนมากขึ้น ในแง่องค์ประกอบของโครงการและเอกสารโครงร่างงานวิจัยภายใต้แนวคิดการวิจัยเพื่อท้องถิ่น และหลักการสนับสนุนของ สกว.ภาค ในกรณีที่เห็นว่าโครงการวิจัยมีประเด็นวิจัยชัดเจนระดับหนึ่ง และเป็นปัญหา/ความต้องการของชุมชน และชุมชนมีส่วนร่วมจริง เพียงแต่ให้ทีมวิจัยกลับไปพัฒนาปรับปรุงบางประเด็นตามข้อคิดเห็นร่วม เช่น การวางแผนงานและ งบประมาณใหม่

ข) การปรับประเด็นวิจัยใหม่ให้เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพ และสภาพความเป็นจริงในชุมชน ในกรณีที่เห็นว่าโครงการวิจัยไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในชุมชน หรือความเป็นไปได้ในการทำโครงการ ทีมวิจัยและชุมชนจะต้องกลับไปร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา และตั้งประเด็นการศึกษาใหม่อีกครั้ง

ค) การเสนอแนวทางใหม่ที่เหมาะสมกว่าในการแก้ไขปัญหาชุมชน คือ สามารถแก้ไขปัญหา หรือดำเนินการอื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องทำวิจัย และมีหน่วยงานอื่นพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอยู่แล้ว หรือชุมชนสามารถระดมทุนสนับสนุนกันเองได้

           จะเห็นว่า การพัฒนาโครงการวิจัยไม่มีความซับซ้อนมากนัก หากแต่เป็นเรื่องที่ Node/RC ต้องเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับข้อมูลทีมวิจัย และชุมชน ดังกล่าวก่อนการเปิดเวทีพูดคุย สิ่งสำคัญก็คือกระบวนการตั้งคำถามเพื่อดึงข้อมูลออกมาให้มากที่สุด จะทำให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงบางอย่างได้ นอกจากนี้ต้องมีการสรุป เชื่อมโยงข้อมูลให้ทุกคนเห็นร่วม เข้าใจตรงกัน ตลอดจนต้องศึกษา ค้นคว้า ประเด็นวิจัย ประเด็นปัญหา ทิศทางการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศเพิ่มเติมตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการวิจัยที่มีความคมชัดยิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็นการให้ข้อมูลบางอย่างแก่ชุมชนในการยกระดับการเรียนรู้ของชุมชนอีกด้วย

กลับขึ้นข้างบน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

The Thailand Research Fund Regional Office
ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ (053) 944-648 ,(053) 218-250 ,(053)218-200 โทรสาร (053) 892-662 ต่อ 115
อีเมล์, info@vijai.org