| ความเห็นของผู้ประสานงาน
(RC/NODE) ต่อโครงการ
1. ด้านเนื้อหาและความสำคัญ
- โป่งสันปิ๊ก นับว่าเป็นโป่งนก ที่สมบูรณ์ที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เพราะทรัพยากรรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แหล่งน้ำ มีความสมบูรณ์สูง
สมควรอย่างยิ่งที่จะหาแนวทางอนุรักษ์ และฟื้นฟู โดยการสร้าง
เครือข่ายการจัดการจากชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการรบกวนจากส่วนต่าง
ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนภายในชุมชนเอง และคนนอกชุมชน
- เนื้อหาการวิจัยนั้นเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนบ้านห้วยน้ำโป่ง
แต่ชุมชนรอบข้างอีก 6 หมู่บ้าน ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย จะต้องมีผลกระทบแน่นอน
ดังนั้น หากมีการดำเนินโครงการ ทีมวิจัยรับว่าจะสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์
โป่งและสัตว์ป่าร่วมกัน ของ 7 หมู่บ้าน ให้ได้
- การรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นหลักของทิศทางงานวิจัยของแม่ฮ่องสอนในช่วง
ชะลอ โครงการนี้ เพราะสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
2. ด้านกระบวนวิธีวิจัย
- ระยะเวลาวิจัยของโครงการนี้จะเป็นช่วงสั้นๆ เพียง 6 เดือน
ก่อน เพราะจากการทำงานของ Node ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาที่มีการติดตามงานวิจัยอย่างเข้มข้นพบว่า
มีนักวิจัยถึง 4 โครงการ ที่ขอขยายเวลาในช่วงที่ 1 เพราะไม่สามารถจัดการเรื่อง
การเขียนรายงานความก้าวหน้า ให้ได้ตามกำหนดเวลา ดังนั้น
การกำหนดเวลาทำสัญญาโครงการเป็นช่วง ๆ อาจเป็นเงื่อนไขที่สามารถแก้ปัญหาการขอขยายเวลา
การจัดการของ Node และความกระตือรือล้นของทีมวิจัยได้
- เป็นกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม : PAR ที่จะพยายามให้ความสำคัญกับ
P A R ที่เท่าเทียมกัน แม้ว่าทีมวิจัยทั้งหมดจะเป็น ชาวบ้าน
ก็ตาม
3. การมีส่วนร่วมของชุมชน
- เป็นจุดเน้นหลักที่ Node ให้ความสำคัญสูงสุด เพราะ ประเด็นในเรื่องการอนุรักษ์โป่งและสัตว์ป่านั้น
คนทั่ว ๆไป อาจมองว่า เป็นเรื่องรวม ไม่มีผลได้ส่วนตัวที่เห็นได้ชัด
ดังนั้นการสร้างความตระหนักร่วมที่จะทำให้เกิดความรู้สึกรักและหวงแหน
จึงเป็นโจทย์ใหญ่ ซึ่งกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก และได้รวบรวมข้อมูลปัญหาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ได้แลกเปลี่ยนกันบ่อย ๆ อาจทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักถึงผลกระทบต่อตัวเองได้
- การเก็บข้อมูลแบบมีส่วนร่วม เป็นมาตรการหนึ่งซึ่งคิดว่าจะเป็นหน้าที่ของ
Node ที่จะเข้าไป หนุนเสริม โดยใช้เครื่องมือ และวิธีการเก็บข้อมูลที่เอื้อให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากที่สุด
4. ความเป็นไปได้/ โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จ
- จากการประเมิน การทำงานของนักวิจัยและทีมงานตลอดช่วงพัฒนาโครงการ
พบว่า ชุมชนร่วมด้วยแน่นอน เพราะนักวิจัยเป็นลูกหลานของชุมชน
แต่อาจหาทางจัดการด้านการเงินให้โปร่งใส เพราะกรณีที่นักวิจัยเป็นคนในชุมชน
มักถูกถามเรื่องเงินเสมอว่า ทำไมนักวิจัยจึงมีค่าตอบแทน แต่
ชาวบ้านที่ทำงานเหมือนกันไม่ได้ค่าตอบแทน
- ? การติดตามโครงการหลังเซ็นสัญญา เป็นงานใหญ่ของทีมพี่เลี้ยง
ที่จะช่วยสร้างความชัดเจนให้กับชุมชน ในเรื่องแนวคิดหลักการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น
และกระบวนการวิจัยแบบ PAR ที่ต้องเติมไปเป็นขั้น ๆ ตลอดระยะเวลา
6 เดือน
- ? การจัดการเพื่อให้มีการบันทึก กระบวนการทำงาน กิจกรรม
และเนื้อหาที่ค้นพบแต่ละประเด็นที่กำหนด เป็นสิ่งที่ Node
ต้อง จัดการ โดยจะให้ทีมวิจัยสรุปผลงานข้างต้นทุก 2 เดือน
เพื่อให้สามารถได้เนื้อหาตามเป้าหมาย และลดปัญหาเรื่องการเขียนรายงานความก้าวหน้า
5. ความเหมาะสมของงบประมาณ
จำนวน
xxxxxx บาท ในเวลา 6 เดือน อาจดูมากไป แต่ทีมวิจัยให้เหตุผลว่าในช่วงแรกนี้
ต้องเก็บ ข้อมูลมาก 7 หมู่บ้าน มีเวทีหลายครั้ง การเดินทางก็ต้องใช้เงินสูง
เพราะเป็นภูเขา ป่า หากจะให้ Node ต่อรองอีก เหมือนโครงการอื่น
ๆ คงเป็นไปไม่ได้
อนึ่ง
หากผ่านการอนุมัติในช่วงที่ 2 ที่จะเกิดกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ปัญหานั้น
ได้คุยกับนักวิจัยว่า งบกิจกรรม อาจขอจากแหล่งทุนอื่น ๆ ได้บางส่วน
ซึ่งจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในช่วงที่ 2 ลงได้
อรุณี เวียงแสง
(นางสาวอรุณี เวียงแสง)
ผู้ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน
7 มกราคม 2545
|