ตัวอย่าง
ข้อเสนอโครงการ
ชื่อโครงการ : การอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพโป่งและสัตว์ป่าโดยชุมชนบ้านห้วยน้ำโป่ง
ชื่อผู้เสนอโครงการ : นายหลี อักษรธรรมชาติ ที่อยู่ 72
หมู่ 4 บ้านห้วยน้ำโป่ง
ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน 58150
1. ความเป็นมา
1.1
สภาพทั่วไป
ชาวบ้านห้วยน้ำโป่งเดิมอาศัยอยู่ที่บ้านหนองแห้ง
บริเวณชายแดนไทยพม่า ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
จากการที่มักถูกชนกลุ่มน้อยรบกวนอยู่ตลอดเวลา ผู้นำหมู่บ้านจึงได้ขอแยกตัวจากบ้านเดิมออกแสวงหาที่อยู่ใหม่
จนกระทั่งพบ ห้วยน้ำโป่ง เป็นที่เหมาะแก่อยู่อาศัยและทำกิน
ซึ่งเดิมเป็นไร่เก่าของชาวบ้านจ่าโบ่ เมื่อได้รับการอนุญาต
จึงดำเนินการก่อสร้างหมู่บ้านขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 บ้านห้วยน้ำโป่งเป็นหมู่บ้านบริวาร
ของหมู่ 4 บ้านน้ำฮูผาเสื่อ ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
ชุมชนบ้านห้วยน้ำโป่ง เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลั๊วะ นับถือศาสนาคริสต์
ประกอบอาชีพการเกษตรสภาพโดยทั่วไปของบ้านห้วยน้ำโป่งจะเป็นภูเขาสูงเป็นป่าไม้และหุบเขามีลำห้วยที่มีน้ำตลอดทั้งปี
เช่น ห้วยผึ้ง ห้วยขานและห้วยน้ำโป่งลำห้วยเหล่านี้มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านห้วยน้ำโป่งเป็นอย่างมากเนื่องจากชุมชนใช้น้ำจากลำห้วยเหล่านี้ในการเกษตรอุปโภคและบริโภค
มีการทำไร่ ทำนา ทำสวน และการเลี้ยงสัตว์บ้านห้วยน้ำโป่งยังมีป่าไม้ธรรมชาติที่สมบูรณ์และมีโป่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในนามของโป่งสันปิ๊กซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศเหนือประมาณ
1500 เมตร ที่โป่งแห่งนี้จะมีสัตว์ป่าและนกมาใช้ประโยชน์จากโป่งอยู่เสมอจากการสำรวจสัตว์ป่าในเดือนมกราคม
ปี พ.ศ. 2541โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์สันปันแดน
ได้พบเห็นนกยูงและรอยเก้งที่มาใช้ประโยชน์จากโป่ง นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของสัตว์ป่าประเภทอื่น
ๆ อีกหลายชนิด เช่น กระรอกดิน ชะมด อีเห็น แมวดาว เสือไฟ
หมูหริ่ง หมูป่า รวมทั้งสัตว์ป่าจำพวกลิง ค่าง ชะนี จากการสำรวจดังกล่าวได้บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของป่า
และจำนวนประชากรสัตว์ป่าที่มีอยู่ในชุมชน บ้านห้วยน้ำโป่งได้เป็นอย่างดี
1.2 สภาพปัญหาและการแก้ไข
จากการที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
ทำให้มีคนเข้าไปล่าสัตว์ป่าและยิงนก ในโป่งสันปิ๊ก อยู่เป็นประจำ
ทำให้จำนวนสัตว์ป่าและนกที่มาใช้ประโยชน์จากโป่งลดน้อยลง
เป็นเหตุให้สัตว์ป่าบางชนิด ได้สูญหายไปจากพื้นที่ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสภาพป่าและโป่งที่เคยเป็นแหล่งอาหารและอยู่อาศัยของสัตว์ป่า
จึงมีข้อเสนอแนะจาก ชุมชนให้มีการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มาใช้ประโยชน์จากโป่ง
เพื่อให้มีการป้องกัน และแก้ไขปัญหาจากการลักลอบล่าสัตว์ป่า
ของชุมชน และจากบุคคลภาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาต่างๆ ดังนี้
1) ปัญหาจากการที่มีคนเข้าไปล่าสัตว์ป่าและยิงนกในบริเวณโป่ง
2) ปัญหาจากการตัดไม้ในบริเวณโป่งเพื่อจับจองที่ดินทำการเกษตร
3) ไฟป่าในฤดูแล้ง ของทุกปีที่ไหม้ ในบริเวณโป่งทำให้พืชซึ่งเป็นอาหารตามธรรมชาติของสัตว์ป่าเสียหายเป็นเหตุให้สัตว์ป่าต้องอพยพไปหากินที่อื่น
ปัจจุบันชุมชนได้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟู สภาพโป่งไปแล้วบางส่วน
ดังนี้
1) กำหนดเขตป่าในบริเวณโป่งนกจำนวนประมาณสองพันไร่ โดยได้ทำการบวชป่าเป็นป่าอนุรักษ์
เพื่อป้องกันการตัดไม้ และการลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตป่าอนุรักษ์
2) ทำแนวกันไฟป่าในบริเวณโป่ง เพื่อลดปัญหาพืชที่เป็นอาหารตามธรรมชาติของสัตว์ป่าถูกไฟป่าไหม้ทำลาย
3) ขอความร่วมมือจากบุคคลที่เข้าไปล่าสัตว์ป่าในบริเวณโป่งให้งดการล่า
4) ชุมชนได้คัดเลือกบุคคลในชุมชนเพื่อเป็นอาสาสมัครในการเดินตรวจป่าและป้องกันการลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในบริเวณโป่ง
จากชุมชนและบุคคลภายนอก
แม้ว่าปัจจุบันชุมชนได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้วบางส่วนก็ตาม
แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เท่าที่ควร จึงได้มีการประสานงานไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสันปันแดน
องค์การบริหารส่วนตำบล เครือข่ายชาวไทยภูเขาปางมะผ้า รวมทั้งหมู่บ้านรอบข้างใกล้เคียงกับชุมชนบ้านห้วยน้ำโป่ง
และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกับชุมชนต่อไป
เมื่อต้นปี
พ.ศ. 2542 ได้มีการศึกษาวิจัยสถานภาพโป่ง และสัตว์ป่าในบริเวณโป่งสันปิ๊ก
โดยอาจารย์สมโภชน์ ศรีโกสามาตรและคณะ แต่เป็นที่หน้าเสียดายว่าในช่วงการดำเนินการศึกษาวิจัยทางคณะวิจัยไม่ได้มีโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนมีส่วนร่วมด้วยแต่อย่างใด
นอกจากเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเท่านั้น
ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกับคณะศึกษาวิจัยแต่ได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อกำหนดแนวทางที่ประชาชนในพื้นที่ควรจะมีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยด้วยแต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการใด
ๆ จากคณะวิจัย แต่อย่างไรก็ตามผลการศึกษาดังกล่าวจะเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางการจัดการโดยชุมชนสู่การอนุรักษ์ฟื้นฟูโป่งต่อไป
2. กรอบความคิดในการทำงาน
2.1
เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ
จากการศึกษาวิจัยสถานภาพโป่งและสัตว์ป่าเมื่อต้นปี
พ.ศ.2542 โดยการทำที่เหยียบเพื่อเก็บร่องรอยของสัตว์ป่าที่มาใช้ประโยชน์จากโป่ง
โดยอาจารย์ สมโภชน์ ศรีโกสามาตร และคณะ ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้
โป่ง และสัตว์ป่า ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โป่งเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า
ป่าไม้ให้ความร่มเย็นและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เมื่อป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์
มีพืชพันธุ์ต้นหญ้าที่สมบูรณ์ สัตว์ป่าก็อาศัยหญ้าในป่าเป็นอาหารและดำรงชีพ
หากว่าความสมดุลทางธรรมชาติสูญหายไป ก็ส่งผลต่อจำนวนประชากรของสัตว์ป่าโดยตรง
ความสมดุลทางธรรมชาติที่สูญเสียไป ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝีมือของมนุษย์
ตัวอย่างเช่น มีกลุ่มบุคคล นายทุนจากภายนอกจะมาสร้างรีสอร์ทในบริเวณใกล้กับโป่งนก
เพื่อเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยใช้สัตว์ป่าและนกที่มาใช้ประโยชน์จากโป่งเป็นเครื่องมือ
ซึ่งชุมชนเห็นว่าอาจเกิดปัญหาและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนในอนาคต
ดังนั้นชุมชนจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการจัดการเพื่อมิให้เกิดผลกระทบมากไปกว่านี้
จึงไม่อนุญาตให้มีการสร้างรีสอร์ทเพื่อเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยเด็ดขาด
ชุมชนจะต้องมีการดูแลรักษาให้ธรรมชาติป่าไม้ โป่ง และสัตว์ป่าที่มาใช้ประโยชน์จากโป่งดำรงอยู่ต่อไป
2.2
เรื่องขององค์กรชุมชน
เมื่อมีกลุ่มคนมาอยู่รวมกัน
ณ ที่หนึ่งที่ใด ย่อมจะเกิดเป็นชุมชนขึ้น ในชุมชนนั้น
ก็จะมีทั้งผู้นำเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ผู้นำจากการคัดเลือกจากชุมชนเอง
ผู้นำจากการแต่งตั้งของทางราชการ บุคคลเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของชุมชน
ผู้นำเหล่านี้มีศักยภาพและข้อจำกัดอยู่ ผู้นำบางคนสามารถเข้ามาดูแลจัดการในจุดนี้ได้แต่อาจขาดเทคนิค
และวิธีการในการจัดการให้เป็นรูปธรรม ดังนั้นผู้นำชุมชนเหล่านี้น่าจะได้รับความรู้ทักษะวิธีการที่จะนำมาพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง
ให้ยั่งยืนได้หากมีการเสริมความรู้และทักษะการถ่ายทอดที่ดี
2.3
การมีส่วนร่วมของชุมชน
เมื่อต้นปี
พ.ศ.2544 ที่ผ่านมาชุมชนบ้านห้วยน้ำโป่งได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนจากโครงการกองทุนเพื่อชุมชน
( SIF ) จำนวน 33,471 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์
และค่าอาหาร สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมการปลูกป่าซึ่งเป็นไม้ผล
เพื่อเพิ่มอาหารธรรมชาติให้กับสัตว์ป่าที่มาใช้ประโยชน์จากโป่ง
และทำการบวชป่า ในบริเวณโป่ง จำนวน 2,000 ไร่ เพื่อประกาศเป็นเขตป่าอนุรักษ์ของชุมชน
การมีส่วนร่วมของชุมชนถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาชุมชน
เพราะชุมชนจะเป็นผู้กำหนดตัดสินใจในการดำเนินงานในกิจกรรมของชุมชนเองทุกขั้นตอน
ในอนาคตบุคคลของชุมชนเหล่านี้จะต้องเป็นผู้อยู่ดูแลรักษาอนุรักษ์ธรรมชาติของชุมชน
เมื่อสามารถดูแลรักษาและจัดการได้ชุมชนก็จะเกิดความผูกพันหวงแหนคิดที่จะดูแลรักษามากกว่าที่คิดเข้าไปล่าสัตว์หรือทำลายธรรมชาติ
ของสัตว์ป่า
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถือเป็น
ทุนเดิม ที่มีอยู่ ที่เอื้อต่อการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน
เชื่อว่าหากมีการศึกษาวิจัยเพื่อท้องถิ่นเกิดขึ้นจะสามารถทบทวนและถอดบทเรียนกิจกรรมทั้งหมดที่ทำไปสู่การกำหนดกิจกรรมที่เหมาะสมที่ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนในการศึกษาเรียนรู้ร่วมด้วย
เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมธรรมชาติสู่การพลิกฟื้นโป่งต่อไป
3. คำถามการวิจัย
รูปแบบและวิธีการอนุรักษ์สภาพโป่งและสัตว์ป่าของชุมชนบ้านห้วยน้ำโป่ง
และชุมชนรอบข้างเป็นอย่างไร
4. วัตถุประสงค์
4.1 เพื่อศึกษาศักยภาพของชุมชนในการดูแลรักษาสภาพโป่งและสัตว์ป่าที่มาใช้ประโยชน์จากโป่ง
4.2 เพื่อหาแนวทางในการป้องกันการล่าสัตว์ป่าจากชุมชนและบุคคลภายนอก
4.3 เพื่อหารูปแบบและวิธีการในการจัดการที่เหมาะสมโดยชุมชน
สู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูโป่ง และสัตว์ป่าที่มาใช้ประโยชน์จากโป่ง
5. ประเด็นศึกษา
- บริบทของชุมชน 7 หมู่บ้านที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับประเด็นที่ศึกษา
เช่น ประวัติหมู่บ้าน การใช้ที่ดิน เศรษฐกิจ ฯลฯ
- วิถีชีวิตของชุมชนที่มีผลกระทบต่อป่าไม้ โป่งและสัตว์ป่า
- ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนในการจัดการดูและรักษาธรรมชาติ
ป่าไม้ โป่งและสัตว์ป่า
- การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโป่ง และสาเหตุของปัญหาอย่างรอบด้าน
6. นิยามศัพท์
6.1 ศักยภาพของชุมชน หมายถึง ความสามารถในการจัดการป่าไม้
โป่ง และสัตว์ป่าของชุมชน
6.2 การจัดการ หมายถึง การรวมกลุ่มเพื่อให้มีแนวทางการปฏิบัติโดยชุมชนที่เหมาะสมกับการ
อนุรักษ์ ป่าไม้ โป่ง และสัตว์ป่า
7. วิธีดำเนินการ
7.1 ศึกษาข้อมูลมือสองเกี่ยวกับบริบทชุมชน 7 หมู่บ้าน
และการดำเนินงานทั้งด้านการพัฒนาและการวิจัยเกี่ยวการจัดการดูและรักษาธรรมชาติ
ป่าไม้ โป่งและสัตว์ป่าในพื้นที่ศึกษา
7.2 สร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนในพื้นที่ศึกษา
7 หมู่บ้าน โดยใช้เวทีหมู่บ้าน และเวทีรวม 7 หมู่บ้าน
7.3 เก็บข้อมูลแบบมีส่วนร่วม กับทีมวิจัยและชาวบ้าน
ในประเด็นที่ทบทวนและกำหนดร่วมกัน
7.4 วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของปัญหา และเพื่อค้นหาศักยภาพของชุมชน
ที่สามารถใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา โดยทีมวิจัยก่อน
และจัดเวทีร่วม 7 หมู่บ้าน
7.5 จัดเวทีใหญ่เพื่อกำหนดกิจกรรมแก้ปัญหา
7.6 จัดเวทีใหญ่เพื่อสรุปบทเรียนการดำเนินการวิจัยในช่วงที่
1
7.7 จัดเวทีประชุมประจำเดือน ทีมวิจัยและคณะทำงานเพื่อติดตามและปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์
8. พื้นที่ดำเนินการวิจัย
โป่งสันปิ๊ก
หมู่ 4 บ้านห้วยน้ำโป่งและหมู่บ้านรอบข้างอีก 7 หมู่บ้าน
คือ หมู่บ้านจ่าโบ่ หมู่บ้านลุกข้าวหลาม ต.ปางมะผ้า หมู่บ้านไม้ซางหนาม
หมู่บ้านน้ำฮูผาเสื่อ หมู่บ้านหนองหอย หมู่บ้านปางตอง
และหมู่บ้านห้วย-น้ำโป่ง
9. ระยะเวลาดำเนินการ ใช้เวลาดำเนินการวิจัยเป็นเวลา
xx เดือน
10. งบประมาณ โดยประมาณ xxxxxx บาท
11. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
11.1 ชุมชนได้เรียนรู้ศักยภาพของตัวเองในการจัดการสู่การอนุรักษ์ป่าไม้
โป่งและสัตว์ป่า และมีแนวทางการแก้ไขปัญหาของตัวเอง
11.2 ได้รูปแบบและวิธีการในการจัดการป่าไม้ โป่ง และสัตว์ป่า
โดยชุมชน
11.3 ชุมชนเกิดความคิดที่ดีและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชน
11.4 เกิดเครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติระหว่างชุมชน
7 หมู่บ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
|