| ในการพัฒนาโครงการนั้นต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน
ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่เตรียมชุมชน ชวนคิดชวนมองทิศทางและเป้าหมาย
ตั้งคำถามและวิเคราะห์ปัญหา พัฒนาโจทย์วิจัย และข้อเสนอโครงการวิจัยร่วมกับชุมชน
ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา และเงื่อนไขของท้องถิ่นท้องถิ่นและหลักเกณฑ์การสนับสนุนให้มากที่สุด
จนนำไปสู่การพิจารณากลั่นกรองโครงการวิจัยในระดับ node และสำนักงานสกว.ภาค
ตามลำดับ ซึ่งพอจะสรุปเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ที่สำคัญได้ 3 ขั้นตอน
ดังนี้
1) ขั้นตอนการค้นหา/วิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาเป็นโจทย์วิจัย
2) ขั้นตอนการพัฒนาโจทย์วิจัยให้เป็นข้อเสนอโครงการ
3) ขั้นตอนการพิจารณา/กลั่นกรองโครงการ

ขั้นตอนที่ 1 : การค้นหา/วิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาเป็นโจทย์วิจัย
ในการตั้งคำถาม
ชวนคิด ชวนคุย ค้นหาปัญหาจนกระทั่งพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยนั้นเป็นขั้นตอนที่ยากขั้นตอนหนึ่ง
และเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงการวิจัย เพราะถ้าหากวิเคราะห์ปัญหาที่ผิดพลาดหรือบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงหรือขาดทิศทางที่คมชัดแล้ว
หากจะพัฒนาโครงการเพื่อให้เป็นข้อเสนอโครงการวิจัยก็จะเป็นไปได้ยาก
เนื่องจากการวิเคราะห์ปัญหา การกำหนดคำถามวิจัย วัตถุประสงค์
และการวางแผนกิจกรรมไม่สอดคล้องกัน ทำให้ต้องกลับไปเริ่มต้นปรับแก้โครงการใหม่
หรือหากนักวิจัยคิดเอาเองว่าเป็นปัญหาและความต้องการของชุมชน
แต่แท้จริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น ก็จะก่อให้เกิดปัญหาชุมชนไม่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการหรือชุมชนไม่ให้ความร่วมมือกับโครงการวิจัย
และอาจถึงขั้นการยุติโครงการในระหว่างดำเนินงานได้ ดังนั้น ในการพัฒนาโจทย์วิจัยร่วมกับชุมชน
จึงควรดำเนินการเป็นขั้นตอน ดังนี้
1) ตั้งคำถามเพื่อชวนคุยเกี่ยวกับสภาพชุมชน และตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน
ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคการพูดคุย ได้แก่ การสร้างความสัมพันธ์
มีความเป็นธรรมชาติ การใช้ภาษาท้องถิ่น การตั้งคำถามที่เชื่อมโยงให้ชาวบ้านได้เล่าเรื่องราว
โดยที่พี่เลี้ยงและนักวิจัยมีบทบาทในการจับประเด็น
2) วิเคราะห์สภาพชุมชน ปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นซึ่งอาจมีหลายประการ
ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรู้ พื้นฐานเกี่ยวกับชุมชน กระแสสังคม
การเปลี่ยนแปลงในชุมชนที่ได้ศึกษาไว้ตั้งแต่ตอนต้น
3) ลำดับความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น และเชื่อมโยงความสำคัญของปัญหาอย่างเป็นระบบ
ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ และความรู้ในการเชื่อมโยงในเชิงประเด็น
ทั้งนี้อาจจะเชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง
ๆ เข้ามาร่วมด้วย
4) ค้นหา/วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา เพื่อพิจารณาว่าสาเหตุของปัญหาต่างๆ
ที่เกิดขึ้นว่า อะไรที่สามารถแก้ไขได้ (รู้ว่าจะแก้อย่างไร)
และอะไรที่แก้ไขเองไม่ได้แต่อยากจะหาทางแก้ร่วมกัน
5) ปัญหาที่อยากแก้ร่วมกันแต่ไม่รู้จะแก้อย่างไรในข้อ 4)
ก็คือ สิ่งที่จะต้องพัฒนาต่อเป็นโจทย์วิจัย โดยยึดหลักการตั้งโจทย์ว่าต้องมองไปในทิศทางที่ถูกต้อง
มองตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การจัดตั้งร้านค้าชุมชน
ไม่ใช่คิดว่าจะมุ่งค้ากำไรเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะเป็นการนำสินค้าชุมชนมาจำหน่ายเพื่อการพึ่งตนเองนำไปสู่การพัฒนายั่งยืนต่อไป
หรือในการจัดตั้งกลุ่ม ออมทรัพย์ควรเป็นการสร้างระบบการหมุนเวียนเงินภายในมากกว่าการนำเงินไปหมุนเวียนในระบบภายนอก
6) ตีความโจทย์จากเป้าหมายการวิจัย คือ สิ่งที่ชาวบ้านอยากให้เป็น
อยากให้มันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น (ภาพฝันของชุมชน) เช่น
จะลดปัญหายาเสพติดในชุมชนได้อย่างไร
ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาโจทย์วิจัยให้เป็นข้อเสนอโครงการวิจัย
หลังจากที่ได้โจทย์วิจัยแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือ การพัฒนาโจทย์วิจัยให้เป็นข้อเสนอโครงการ
ซึ่งใช้วิธีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนพูดคุยกับชุมชน พร้อมๆ กับการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม
โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
1) ทบทวนโจทย์วิจัยร่วมกับชุมชน และผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง
2) ในเวทีแลกเปลี่ยนนั้นจะต้องเก็บรายละเอียดให้ครบทุกประเด็น
เพื่อการลงความเห็นและตัดสินใจร่วมกัน
3) แตกโจทย์ย่อย ๆ (สิ่งที่อยากรู้ อยากรวบรวม อยากทำความเข้าใจ
และสามารถวัดได้) จากโจทย์ใหญ่เพื่อกำหนดเป็นวัตถุประสงค์
(เป้าหมายการวิจัย) และตั้งประเด็นการศึกษา
4) ตรวจสอบว่าโจทย์วิจัย วัตถุประสงค์ และประเด็นการศึกษาสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
โจทย์หรือคำถามการวิจัยนั้นจะเป็นภาพรวมทั้งหมดที่ครอบคลุมวัตถุประสงค์
และประเด็นการศึกษา (ในบางกรณีอาจตั้งวัตถุประสงค์ และประเด็นศึกษาก่อน
แล้วค่อยตั้งโจทย์วิจัยก็ได้แล้วแต่ความถนัด)
5) กำหนดขอบเขตการทำงาน ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
- กำหนดวิธีการศึกษา/กระบวนการศึกษา หรือกิจกรรมวิจัยอย่างละเอียดว่า
จะใช้วิธีการแบบไหน ใช้เครื่องมืออะไร ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงมากที่สุด
จะวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไรเพื่อนำไปสู่การวางแผนการแก้ไขปัญหา
จะสรุปบทเรียนอย่างไรเพื่อให้สามารถตอบโจทย์วิจัยได้ หรือนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ได้ผลดีที่สุด
- กำหนดกลุ่มเป้าหมายว่า มีใครเข้าร่วมกระบวนการศึกษาวิจัยบ้าง
ทำไมจึงเป็นกลุ่มนี้
- กำหนดพื้นที่ศึกษาว่า มีกี่หมู่บ้าน กี่ตำบล ที่สามารถทำงานได้สะดวกที่สุด
ไม่กว้างจนเกินไปทำให้การประสานงานและการดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างยากลำบาก
หรือเล็กจนเกินไปทำให้ไม่สามารถวัดความสำเร็จได้
- กำหนดทีมวิจัยหลัก พิจารณาว่ามีใครบ้าง มีความหลากหลายหรือยัง
ทั้งนี้ ควรเน้นตัวแทนจากกลุ่มที่กำลังประสบปัญหา และกลุ่มคน/หน่วยงานที่สนับสนุนการแก้ปัญหาในชุมชน
(องค์กรชุมชน และหน่วยงานภายนอก)
- กำหนดผลที่คาดว่าจะได้รับซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ ผลที่เกิดขึ้นตามประเด็นศึกษา
(ศึกษาอะไรก็จะได้ข้อมูลความรู้ในเรื่องนั้นๆ) และผลที่เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์
(ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์)
- กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานตลอดทั้งโครงการว่าควรใช้เวลาเท่าไร
ตามปกติมักจะใช้เวลา 1-2 ปี โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ ๆ คือ
ช่วงแรก เป็นการศึกษารวบรวม/วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาภายในชุมชนเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหา
และ ในช่วงที่ 2 ก็จะนำวิธีการที่ได้จากช่วงแรกมาทดลองปฏิบัติการแก้ไขปัญหา
พร้อมทั้งสรุปบทเรียนว่าได้ผลดีหรือไม่อย่างไร และต้องปรับเปลี่ยนวิธีการที่ทำอยู่หรือไม่อย่างไร
6) จัดทำแผนปฏิบัติการ และวางแผนการใช้งบประมาณแยกรายละเอียดตามกิจกรรม
โดยยึดหลักการสนับสนุนของ สกว.ภาค เป็นพื้นฐาน หลังจากที่ได้กำหนดขอบเขตการทำงานร่วมกันแล้ว
เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้จริง ควรมีรายละเอียด ดังนี้
| ชื่อกิจกรรม |
วัตถุประสงค์
|
เครื่องมือ/วิธีการ
|
ผู้เข้าร่วม
กิจกรรม
|
ระยะเวลา
ว./ด./ป.
|
งบประมาณ
|
ผู้รับผิดชอบ
|
ผลที่จะได้รับ |
1).................
2)................
3)................
|
|
|
|
|
|
|
|
|