หน้าแรก | ข่าว | กิจกรรม | บทความ | หนังสือ | โครงการวิจัย | มัลติมีเดีย | เกี่ยวกับ | ติดต่อ  
 
   
 
  หน้าแรก
  จดหมายข่าว
  งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
  หนังสือ
  ติดต่อสอบถาม

 

RE งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์
ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องทิ่น : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย





   
 
เครื่องมือวิจัยท้องถิ่น
การพัฒนาโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น

ความสำคัญและหลักการพัฒนาโครงการวิจัย
         การพัฒนาโครงการเป็นหัวใจสำคัญของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในเชิงวิจัยและพัฒนา เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้ดำเนินโครงการวิจัย เพื่อเรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมจากกระบวนการวิจัย อันจะนำไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็ง การพัฒนาโครงการวิจัยมีความสำคัญและมีหลักการที่สอดคล้องกับแนวความคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ดังนี้

  1. เป็นการทำความเข้าใจในบริบทชุมชน สถานการณ์ปัญหา ศักยภาพและข้อจำกัดของชุมชน ร่วมกัน และเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการวิจัย
  2. เป็นการทบทวนการทำงานที่ผ่านมาของชุมชน เพื่อมองทิศทางและกำหนดเป้าหมายการวิจัยร่วมกันของทีมวิจัยและชุมชน โดยมีพี่เลี้ยงให้การสนับสนุน
  3. เป็นการทำความเข้าใจในสถานภาพความสัมพันธ์ระหว่างทีมวิจัยกับชุมชนและปัญหาชุมชน
  4. เป็นการกำหนดขอบเขตการดำเนินงานภายใต้เป้าหมายร่วมกัน ทั้งในแง่ประเด็นศึกษา พื้นที่ดำเนินการ และกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมกระบวนการวิจัย
  5. เป็นการวางแผนดำเนินการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทั้งในแง่เครื่องมือ เทคนิควิธีการ และกระบวนการวิจัย รวมถึงการจัดการและการวางแผนงบประมาณ
  6. เป็นการกำหนดบทบาทของทีมวิจัย ชุมชน และพี่เลี้ยงต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต ทั้งในแง่ การประสานงาน การจัดกระบวนการ การบันทึกและการเขียนรายงาน
  7. เป็นการหาข้อตกลงและข้อสรุปร่วมกันระหว่างทีมวิจัย ชุมชน และพี่เลี้ยง ต่อภารกิจและการสนับสนุนการดำเนินโครงการวิจัยในอนาคต

การเตรียมความพร้อมก่อนการพัฒนาโครงการวิจัย
         
ก่อนที่จะไปเปิดเวทีพัฒนาโครงการในชุมชนนั้น พี่เลี้ยงจะต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยมีการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่/ชุมชนที่จะลงไปพัฒนาในเบื้องต้น กำหนดวัตถุประสงค์ วางแผนการทำงาน แบ่งบทบาททีม ประสานงาน ตลอดจนเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์/เอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ดังรายละเอียด ต่อไปนี้

1) การศึกษาข้อมูลเบื้องต้น

         พี่เลี้ยงควรทำการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น โดยอาจใช้วิธีการสอบถามจากเครือข่ายทางสังคมต่าง ๆ ที่กำลังเคลื่อนไหว กลุ่มคน/บุคคลที่เคยทำงานร่วมกับนักวิจัย/ ชุมชน หรือจากการสังเกตการณ์ ศึกษาสภาพทั่วไปด้วยสายตาร่วมกับทีมงานระหว่างเดินทางเข้าสู่ชุมชน การเดินเที่ยว การขับรถวนรอบชุมชน เพื่อประเมินความสอดคล้องและความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการวิจัยก่อนที่จะมีการเปิดเวทีวิเคราะห์ปัญหา/พัฒนาโครงการวิจัยร่วมกับชุมชน ซึ่งควรทำ การศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ในประเด็น ต่อไปนี้
  • บริบทชุมชน หรือสภาพทั่วไปของชุมชน ได้แก่ บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา อาคาร สถานที่สำคัญต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมของชุมชน ศักยภาพของชุมชน ความสนใจของชุมชน เพื่อประเมินแนวทางการดึงศักยภาพชุมชนมาทำวิจัยเพื่อการแก้ปัญหา เช่น หากพบว่าวัดมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งภายในและภายนอก สันนิษฐานได้ว่าชาวบ้านศรัทธาพระในวัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพุทธสถาน หรือมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาอย่างเปี่ยมล้น ใจบุญสุนทาน เราก็สามารถดึงชาวบ้านให้มาทำกิจกรรมร่วมที่วัดได้ เป็นต้น
  • ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พื้นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร ลักษณะพื้นที่ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประเมินว่าชุมชนเดิมมีพื้นฐานอาชีพอะไร หรือเคยดำเนินการอะไรมาบ้าง เพื่อดำเนินโครงการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น หากพบว่ามีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ อาจเหมาะกับการดำเนินโครงการในประเด็นเกษตร หรือหากแหล่งน้ำเน่าเสีย อาจเหมาะกับการดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ เป็นต้น
  • ความสัมพันธ์และการติดต่อสื่อสารระหว่างชุมชนกับภายนอก ได้แก่ ระบบการผลิต/การค้าเป็นการพึ่งตนเองหรือพึ่งพิงภายนอก การคมนาคม (ทางบก ทางเรือ ทางอากาศ) และการสื่อสาร ต่าง ๆ กับภายนอกเป็นอย่างไร เพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำวิจัย เช่น หากพบว่าชุมชนอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง การเดินทางไม่สะดวก ก็ไม่ควรดำเนินโครงการเกี่ยวกับเรื่องการผลิตเพื่อตอบสนองตลาดภายนอก แต่เหมาะสมกับเรื่องการผลิตเพื่อการพึ่งตนเองภายในชุมชนเป็นหลัก หรืออาจจะเหมาะสมกับประเด็นการศึกษาทางเลือกเนื่องจากเป็นชุมชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เป็นต้น
  • ภาพรวมการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาของสังคม/ท้องถิ่น ได้แก่ ยุทธศาสตร์จังหวัด/ยุทธศาสตร์ประเทศเน้นเรื่องอะไร เครือข่ายภาคประชาชนกำลังเคลื่อนเรื่องอะไร เพื่อให้การดำเนินโครงการวิจัยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยหนุนเสริมท้องถิ่นและสังคม อันเป็นความสัมพันธ์ เชื่อมโยงระหว่างโครงการวิจัยกับภาพรวมของท้องถิ่นและสังคม
  • นักวิจัย/ทีมวิจัย ควรศึกษาว่านักวิจัย/ทีมวิจัยเป็นใคร เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อะไร มีอาชีพอะไร เชี่ยวชาญด้านไหน ผ่านประสบการณ์ทำวิจัยและพัฒนามาแล้วหรือไม่ อย่างไร ผลการทำงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีความขัดแย้งกับชุมชนท้องถิ่นหรือไม่ มีทัศนคติ/แนวคิด/พฤติกรรมการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างไร ตลอดจนแนวคิดการพัฒนาสังคม เพื่อประเมินว่าสอดคล้องกับแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่าง ๆ (แนวทางแห่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน/อนาคต หลักสิทธิมนุษยชนและ ผู้ด้อยโอกาส การกระจายอำนาจสู่ประชาชน การลดทอนอำนาจจากศูนย์กลางการพัฒนา หลักความเสมอภาคความเป็นธรรม และความเท่าเทียมกันของคนในสังคม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา หรือคน/ชุมชน เป็นศูนย์กลางการพัฒนา) หรือไม่ เนื่องจากทีมวิจัยจะต้องมีบทบาทเป็นผู้จัดกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้น/สร้างปรากฎการณ์ใหม่ของชุมชน จึงถือเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของโครงการเลยทีเดียว

2) การประสานงาน
        
ประสานงานกับแกนนำ ผู้นำชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นัดหมายการจัดเวทีเพื่อพัฒนาโครงการ ควรตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง นัดหมายวัน เวลา สถานที่ที่แน่นอน ในบางกรณีอาจต้องมีผู้นำทางไปยังชุมชน

3) การวางแผน/เตรียมทีมงาน
         จะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ วางแผนการทำงาน และแบ่งบทบาทหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจนก่อนลงไปพัฒนาโครงการ ว่าจะลงไปเพื่ออะไรในแต่ละครั้ง ถ้าเป็นครั้งแรกอาจเป็นการลงไปตรวจสอบชุมชนจากข้อมูลที่ได้ทำการศึกษาเบื้องต้น เนื่องจากการพัฒนาโครงการไม่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเพียงครั้งเดียวจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการพัฒนาโครงการในครั้งก่อนๆ จากนั้นจึงแบ่งบทบาทว่าใครจะเป็นผู้ตั้งคำถาม จัดกระบวนการ หรือผู้จับประเด็น สรุปให้เห็นภาพ ผู้บันทึก

4) วัสดุ/อุปกรณ์/เอกสาร
         ควรเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อการบันทึกและสรุปประเด็นในการพูดคุยให้สามารถสื่อกับชุมชนได้ชัดเจน ได้แก่ กระดาษบรู๊ฟ ปากกาเมจิก กระดาษกาว ฯลฯ รวมทั้งเอกสารที่จะเผยแพร่ให้ชุมชนเข้าใจแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เช่น วารสารงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น บทความเกี่ยวกับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

5) สรุปบทเรียน
         หลังจากการพัฒนาโครงการเสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง ทีมงานจะต้องมีการพูดคุยถึงผลการดำเนินงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยในเวที การพูดคุยกับชาวบ้าน การสังเกต และวางแผนการดำเนินงานครั้งต่อไป ตลอดจนสรุปบทเรียนการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน เพื่อปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

6) การบันทึก
        
ในการพัฒนาโครงการแต่ละครั้ง พี่เลี้ยงควรมีการบันทึกพัฒนาการ ข้อสรุป บทเรียนที่ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์/ประเมินโครงการ และการพัฒนาโครงการในแต่ละครั้งควรมีการบันทึกเป็นแบบฟอร์ม ดังตัวอย่าง

 

 

กลับขึ้นข้างบน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

The Thailand Research Fund Regional Office
ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ (053) 944-648 ,(053) 218-250 ,(053)218-200 โทรสาร (053) 892-662 ต่อ 115
อีเมล์, info@vijai.org