1) การศึกษาข้อมูลเบื้องต้น
พี่เลี้ยงควรทำการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น โดยอาจใช้วิธีการสอบถามจากเครือข่ายทางสังคมต่าง
ๆ ที่กำลังเคลื่อนไหว กลุ่มคน/บุคคลที่เคยทำงานร่วมกับนักวิจัย/
ชุมชน หรือจากการสังเกตการณ์ ศึกษาสภาพทั่วไปด้วยสายตาร่วมกับทีมงานระหว่างเดินทางเข้าสู่ชุมชน
การเดินเที่ยว การขับรถวนรอบชุมชน เพื่อประเมินความสอดคล้องและความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการวิจัยก่อนที่จะมีการเปิดเวทีวิเคราะห์ปัญหา/พัฒนาโครงการวิจัยร่วมกับชุมชน
ซึ่งควรทำ การศึกษาข้อมูลเบื้องต้น
ในประเด็น ต่อไปนี้
- บริบทชุมชน หรือสภาพทั่วไปของชุมชน
ได้แก่ บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
อาคาร สถานที่สำคัญต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมของชุมชน
ศักยภาพของชุมชน ความสนใจของชุมชน เพื่อประเมินแนวทางการดึงศักยภาพชุมชนมาทำวิจัยเพื่อการแก้ปัญหา
เช่น หากพบว่าวัดมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งภายในและภายนอก
สันนิษฐานได้ว่าชาวบ้านศรัทธาพระในวัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพุทธสถาน
หรือมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาอย่างเปี่ยมล้น
ใจบุญสุนทาน เราก็สามารถดึงชาวบ้านให้มาทำกิจกรรมร่วมที่วัดได้
เป็นต้น
- ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
ได้แก่ พื้นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร ลักษณะพื้นที่
ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประเมินว่าชุมชนเดิมมีพื้นฐานอาชีพอะไร
หรือเคยดำเนินการอะไรมาบ้าง เพื่อดำเนินโครงการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
เช่น หากพบว่ามีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ อาจเหมาะกับการดำเนินโครงการในประเด็นเกษตร
หรือหากแหล่งน้ำเน่าเสีย อาจเหมาะกับการดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ
เป็นต้น
- ความสัมพันธ์และการติดต่อสื่อสารระหว่างชุมชนกับภายนอก
ได้แก่ ระบบการผลิต/การค้าเป็นการพึ่งตนเองหรือพึ่งพิงภายนอก
การคมนาคม (ทางบก ทางเรือ ทางอากาศ) และการสื่อสาร
ต่าง ๆ กับภายนอกเป็นอย่างไร เพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำวิจัย
เช่น หากพบว่าชุมชนอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง การเดินทางไม่สะดวก
ก็ไม่ควรดำเนินโครงการเกี่ยวกับเรื่องการผลิตเพื่อตอบสนองตลาดภายนอก
แต่เหมาะสมกับเรื่องการผลิตเพื่อการพึ่งตนเองภายในชุมชนเป็นหลัก
หรืออาจจะเหมาะสมกับประเด็นการศึกษาทางเลือกเนื่องจากเป็นชุมชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา
เป็นต้น
- ภาพรวมการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาของสังคม/ท้องถิ่น
ได้แก่ ยุทธศาสตร์จังหวัด/ยุทธศาสตร์ประเทศเน้นเรื่องอะไร
เครือข่ายภาคประชาชนกำลังเคลื่อนเรื่องอะไร เพื่อให้การดำเนินโครงการวิจัยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ช่วยหนุนเสริมท้องถิ่นและสังคม อันเป็นความสัมพันธ์
เชื่อมโยงระหว่างโครงการวิจัยกับภาพรวมของท้องถิ่นและสังคม
- นักวิจัย/ทีมวิจัย
ควรศึกษาว่านักวิจัย/ทีมวิจัยเป็นใคร เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อะไร
มีอาชีพอะไร เชี่ยวชาญด้านไหน ผ่านประสบการณ์ทำวิจัยและพัฒนามาแล้วหรือไม่
อย่างไร ผลการทำงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีความขัดแย้งกับชุมชนท้องถิ่นหรือไม่
มีทัศนคติ/แนวคิด/พฤติกรรมการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างไร
ตลอดจนแนวคิดการพัฒนาสังคม เพื่อประเมินว่าสอดคล้องกับแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น
แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่าง ๆ (แนวทางแห่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
2540 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน/อนาคต
หลักสิทธิมนุษยชนและ ผู้ด้อยโอกาส การกระจายอำนาจสู่ประชาชน
การลดทอนอำนาจจากศูนย์กลางการพัฒนา หลักความเสมอภาคความเป็นธรรม
และความเท่าเทียมกันของคนในสังคม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา หรือคน/ชุมชน
เป็นศูนย์กลางการพัฒนา) หรือไม่ เนื่องจากทีมวิจัยจะต้องมีบทบาทเป็นผู้จัดกระบวนการมีส่วนร่วม
เพื่อกระตุ้น/สร้างปรากฎการณ์ใหม่ของชุมชน จึงถือเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของโครงการเลยทีเดียว
2) การประสานงาน
ประสานงานกับแกนนำ ผู้นำชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นัดหมายการจัดเวทีเพื่อพัฒนาโครงการ ควรตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง
นัดหมายวัน เวลา สถานที่ที่แน่นอน ในบางกรณีอาจต้องมีผู้นำทางไปยังชุมชน
3) การวางแผน/เตรียมทีมงาน
จะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ วางแผนการทำงาน
และแบ่งบทบาทหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจนก่อนลงไปพัฒนาโครงการ
ว่าจะลงไปเพื่ออะไรในแต่ละครั้ง ถ้าเป็นครั้งแรกอาจเป็นการลงไปตรวจสอบชุมชนจากข้อมูลที่ได้ทำการศึกษาเบื้องต้น
เนื่องจากการพัฒนาโครงการไม่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเพียงครั้งเดียวจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการพัฒนาโครงการในครั้งก่อนๆ
จากนั้นจึงแบ่งบทบาทว่าใครจะเป็นผู้ตั้งคำถาม จัดกระบวนการ
หรือผู้จับประเด็น สรุปให้เห็นภาพ ผู้บันทึก
4) วัสดุ/อุปกรณ์/เอกสาร
ควรเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อการบันทึกและสรุปประเด็นในการพูดคุยให้สามารถสื่อกับชุมชนได้ชัดเจน
ได้แก่ กระดาษบรู๊ฟ ปากกาเมจิก กระดาษกาว ฯลฯ รวมทั้งเอกสารที่จะเผยแพร่ให้ชุมชนเข้าใจแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น
เช่น วารสารงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น บทความเกี่ยวกับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น
5) สรุปบทเรียน
หลังจากการพัฒนาโครงการเสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง ทีมงานจะต้องมีการพูดคุยถึงผลการดำเนินงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง
วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยในเวที การพูดคุยกับชาวบ้าน
การสังเกต และวางแผนการดำเนินงานครั้งต่อไป ตลอดจนสรุปบทเรียนการดำเนินงาน
ปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน เพื่อปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
6) การบันทึก
ในการพัฒนาโครงการแต่ละครั้ง พี่เลี้ยงควรมีการบันทึกพัฒนาการ
ข้อสรุป บทเรียนที่ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์/ประเมินโครงการ
และการพัฒนาโครงการในแต่ละครั้งควรมีการบันทึกเป็นแบบฟอร์ม
ดังตัวอย่าง
|