| รายงานความก้าวหน้าเป็นสิ่งที่แสดงถึงความก้าวหน้าของโครงการ
เป็นตัวบอกว่าการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมา
โครงการได้ทำกิจกรรมอะไรไปแล้วบ้าง?
ทำตามแผนที่วางไว้หรือเปล่า?
ถ้าทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
แต่ถ้าไม่ได้ทำ.. ทำไมถึงไม่ได้ทำ?
สิ่งที่ทำมีกระบวนการ/ขั้นตอนอย่างไร?
OUTPUT ที่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่?
ถอดบทเรียนออกมาแล้วเป็นอย่างไร?
สามารถใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อได้แค่ไหน?
การดำเนินงานที่ผ่านมา.. มาถูกทางแล้วหรือยัง?
รายงานความหน้าจะเป็นตัวช่วยให้ความกระจ่างกับคำถามมากมายเหล่านี้ได้..
ไม่มากก็น้อย ซึ่งหัวหน้าโครงการต้องส่งให้รายงานความก้าวหน้าให้
สกว.ภาค เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา
(เอกสารแนบหมายเลข 4 หน้า 1/1) ซึ่งขอให้เรียนให้แต่ละ Node
ทราบว่าแต่ละโครงการนั้นมีจำนวนรายงานความก้าวหน้าที่ต้องส่งไม่เท่ากัน
เนื่องจากความต่างในระยะเวลาการดำเนินงานของแต่ละโครงการ ซึ่งมีไม่เท่ากัน
ยกตัวอย่างเช่น
โครงการของลุงบุญมาอาจจะต้องส่งรายงานความก้าวหน้าให้
สกว.ภาค จำนวน 2 เล่ม รายงานฉบับสมบูรณ์ 1 เล่ม (ซึ่งจะต้องส่งเมื่อสิ้นสุดโครงการ)
แต่โครงการของป้าสมศรีอาจจะต้องส่งรายงานความก้าวหน้าเพียง 1
เล่ม และรายงานฉบับสมบูรณ์อีก 1 เล่มเท่านั้น ที่มาของความต่างก็เนื่องมาจากการแบ่งงวดของโครงการ
โครงการลุงบุญมาอาจใช้เวลาในการดำเนินโครงการ 1 ปี 6 เดือน จึงแบ่งงวดเป็น
3 งวด งวดละ 6 เดือน สิ้นสุดงวดที่ 1 และ 2 ก็ต้องส่งรายงานความก้าวหน้าฉบับที่
1 และ 2 ตามลำดับ และต้องส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ในงวดสุดท้าย แต่โครงการป้าสมศรีอาจใช้เวลาในการดำเนินโครงการแค่
1 ปี แบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 6 เดือน ดังนั้น ป้าสมศรีจึงต้องส่งแค่เพียงรายงานฉบับที่
1 เมื่อสิ้นสุดงวดที่ 1 และรายงานฉบับสมบูรณ์เมื่อสิ้นสุดงวดที่
2 เท่านั้น
จากตัวอย่างข้างต้น
คงทำให้ Node กับ สกว.ภาค เข้าใจเรื่องจำนวนรายงานความก้าวหน้าที่โครงการต้องส่งตรงกันแล้ว
ทั้งนี้ ตัวอย่างดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้ตอบคำถามนักวิจัยช่างสงสัยในพื้นที่ของท่านที่อาจถามว่า
โครงการอื่นส่งรายงานความก้าวหน้าฉบับเดียว ..แล้วโครงการผมทำไมต้องส่งรายงานความก้าวหน้าตั้ง
2 ฉบับ??!
หัวหน้าโครงการต้องส่งอะไรบ้างเมื่อโครงการสิ้นสุดในแต่ละงวด
(ที่กล่าวในขั้นตอนนี้จะไม่รวมถึงสิ่งที่หัวหน้าโครงการต้องส่งในงวดสุดท้าย)
ที่ผ่านมาในการโอนเงินในแต่ละงวด สกว.ภาค มักประสบปัญหา คือ
สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการขออนุมัติเงินในแต่ละงวดไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง
เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันขอเรียนให้ Node ทราบว่าสิ่งที่หัวหน้าโครงการต้องส่งให้
สกว.ภาค เพื่อใช้ในการขออนุมัติเงินในแต่ละงวดนั้นมีดังต่อไปนี้
รายงานความก้าวหน้า
(จำนวน 3 เล่ม) : เป็นสิ่งแรกที่หัวหน้าโครงการวิจัยจำเป็นต้องส่งให้
สกว.ภาค พิจารณา รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนรายงานความก้าวหน้าและกำหนดระยะเวลาที่โครงการต้องส่งจะถูกระบุไว้ในสัญญาโครงการวิจัย
เอกสารสารแนบหมายเลข 4 หน้า1/1 (ซึ่ง สกว.ภาค จะส่งสำเนาสัญญาโครงการวิจัยและ
Budget sheet ให้ Node เก็บไว้ 1 ฉบับ) ซึ่ง Node สามารถเช็คกำหนดส่งรายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัย
เพื่อวางแผนติดตามความความก้าวหน้าโครงการตามที่เห็นสมควรได้จากหน้านี้
รายงานการเงิน : เป็นสิ่งจำเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หัวหน้าโครงการวิจัยจำเป็นต้องส่ง
รายงานการเงินประกอบไปด้วย
รายงานสรุปเงินงวด : เป็นข้อมูลสรุปการใช้จ่ายเงินโครงการในงวดปัจจุบันและงวดก่อน
(เป็นยอดรวมสะสม) แบ่งเป็น 5 หมวดชัดเจน มีรายละเอียดการการรับ/จ่ายเงินในแต่ละงวด
ดอกเบี้ยที่ได้รับ และส่วนท้ายจะสรุปว่าในงวดปัจจุบันนั้น
โครงการมีเงินคงเหลือหรือใช้เงินเกินเท่าไหร่ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการลงนามของหัวหน้าโครงการ
และเจ้าหน้าที่การเงิน (ถ้ามี)
รายงานเสนองวดใหม่ : เป็นข้อมูลการเสนอเงินงวดใหม่ของโครงการ
และจำนวนเงินที่ สกว.ภาค ควรจะส่งให้ อยากขอเรียนให้ท่าน Node
ทราบว่า งบประมาณงวดใหม่ที่โครงการเสนอกับเงินที่ สกว.ภาค
ควรจะส่งให้ไม่จำเป็นต้องเป็นยอดเดียวกัน งบประมาณที่โครงการเสนอกับเงินที่โอนให้จะเท่ากันเมื่อโครงการใช้เงินงวดที่แล้วเท่ากับงบประมาณที่ตั้งไว้แบบพอดี
(เป๊ะ!) ซึ่งในความเป็นจริง เป็นไปได้น้อยมาก ส่วนใหญ่นักวิจัยมักเข้าใจผิดว่างบประมาณงวดต่อไป
ถ้าเสนอเท่าไหร่ ก็จะต้องได้เท่านั้น ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด
ยอดเงินงบประมาณที่ สกว. จะโอนให้โครงการคือ ยอดเงินงบประมาณที่เสนอใหม่หักยอดเงินคงเหลือ
ณ ปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น งวดที่ 2 หัวหน้าโครงการเสนองบประมาณ
100,000 บาท แต่เงินคงเหลือ ณ ปัจจุบัน มีจำนวน 10,000 บาท
ดังนั้น ยอดเงินที่ สกว. จะโอนให้คือ 90,000 บาท ไม่ใช่ 100,000
บาท ยอดเงินที่เสนอใหม่ สกว. ถือว่าเป็นยอดเงินที่โครงการจำเป็นต้องใช้ในงวดนั้น
ไม่ใช่เป็นยอดเงินที่ต้องโอนให้
สำเนาสมุดบัญชี : เอกสารตัวนี้ถือเป็นระเบียบการเงิน
หัวหน้าโครงการต้องไปปรับยอดบัญชีโครงการให้เป็นปัจจุบัน และสำเนาบัญชีดังกล่าวให้
สกว.ภาค พร้อมรายงานความก้าวหน้าและฉบับสมบูรณ์ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการขอสำเนาสมุดบัญชี คือ เพื่อเช็คการไหลเข้าออกของงบประมาณโครงการนั้นๆ
ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะบางครั้งก็มีข้อสังเกตุที่น่าสนใจเช่น
บางโครงการหลังจาก สกว.ภาค โอนเงินให้ไปแล้ว มีการถอนเงินงบประมาณดังกล่าวทั้งก้อนออกจากบัญชี
ในกรณีเช่นนี้ ต้องมีคำอธิบายจากโครงการ ว่าเพราะเหตุใดจึงต้องถอนงบประมาณดังกล่าวออกไปถือไว้ทั้งก้อน
หรือว่ามีการถ่ายงบประมาณจากบัญชีโครงการไปยังบัญชีอื่น ซึ่งเราก็จำเป็นต้องถามว่าเพราะเหตุใด
เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีกรณีอย่างนี้เหมือนกัน แต่ก็มีคำอธิบายจากโครงการว่า
เนื่องจากธนาคารกรุงไทยที่เปิดบัญชีไว้อยู่ไกล เดินทางไม่สะดวก
ขอโอนงบประมาณเข้าบัญชีธนาคารที่อยู่ใกล้แทน ถ้าเหตุผลอย่างนี้ก็ดูสมเหตุสมผล
แต่ทั้งนี้ Node ก็ต้องชี้แจงให้โครงการทราบด้วยว่า เมื่อส่งสำเนาสมุดบัญชีให้
สกว. นั้น ต้องสำเนาบัญชีธนาคารที่ถ่ายโอนงบประมาณนั้นให้
สกว. ด้วย
แผนงานและงบประมาณช่วงต่อไป : โครงการจะต้องส่งแผนงานและงบประมาณช่วงต่อไปให้
สกว.ภาค พิจารณาและให้ความเห็นชอบ จากนั้น สกว.ภาค จึงจะได้จัดทำ
Budget sheet ประกอบการขออนุมัติเงินงบประมาณงวดต่อไป แผนงานและงบประมาณช่วงต่อไปนั้น
ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปว่ารายงานความก้าวหน้า
รายงานการเงิน และสำเนาสมุดบัญชี เพราะหากไม่มีแผนงานและงบประมาณช่วงต่อไป
แม้ว่าจะโครงการจะส่งรายงานความก้าวหน้าและถูกพิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว
แต่ สกว.ภาค ก็ไม่สามารถอนุมัติเงินงบประมาณงวดต่อไปให้กับโครงการได้
เพราะไม่ทราบว่าช่วงต่อไปโครงการต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่?
หมวดไหนบ้าง? สอดคล้องเหมาะสมกับแผนงานหรือเปล่า?
หัวหน้าโครงการต้องส่งอะไรบ้างเมื่อโครงการสิ้นงวดสุดท้าย
เมื่อโครงการได้ดำเนินการในช่วงสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว
สิ่งที่หัวหน้าโครงการจะต้องส่งมีดังต่อไปนี้
ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (จำนวน 5 เล่ม) : เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ที่โครงการส่งเข้ามาให้พิจารณาเป็นครั้งแรก
ยังไม่มีการปรับใดใดทั้งสิ้น
หลังจากที่
สกว.ภาค ได้มีการพิจารณาร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ และแจ้งให้โครงการปรับร่างรายงานดังกล่าวแล้ว
สิ่งที่หัวหน้าโครงการต้องมีดังต่อไปนี้ คือ
รายงานฉบับสมบูรณ์ (จำนวน 5 เล่ม) : เป็นรายงานที่มีการปรับตามความเห็นของผู้ประสานงานและ
สกว.ภาค แล้ว
รายงานการเงิน : เป็นเอกสารรูปแบบเดียวกับที่โครงการเคยส่งพร้อมรายงานความก้าวหน้า
สำเนาสมุดบัญชี : หัวหน้าโครงการต้องปรับยอดสมุดให้เป็นปัจจุบัน
และสำเนาแนบมาพร้อมกับรายงานฉบับสมบูรณ์และรายงานการเงิน
รายงานความก้าวหน้าที่ดีต้องมีความเห็นของผู้ประสานงาน!!
ความเห็นของผู้ประสานงานต่อรายงาน
เมื่อโครงการได้ส่งรายงานมายัง Node ไม่ว่าจะเป็นรายงานความก้าวหน้าหรือรายงานฉบับสมบูรณ์
ในฐานะที่ Node และผู้ประสานงานในพื้นที่เป็นผู้ใกล้ชิดกับโครงการในความดูแลมากที่สุด
ดังนั้น สกว.ภาค จึงเห็นว่าผู้ประสานงานควรที่จะเป็นผู้ที่ได้อ่านรายงานก่อน
เนื่องด้วย การที่อยู่ได้ใกล้ชิดโครงการ เป็นผู้เข้าใจบริบทพื้นที่
และได้เห็นคนและการทำงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง ผู้ประสานงานจึงน่าจะเป็นผู้ที่แสดงความเห็นต่อรายงานได้ดีที่สุด
จากการสรุปบทเรียนการพิจารณารายงานความก้าวหน้าของ สกว.ภาค ที่ผ่านมา
(ทุกวันอังคารที่ 1 และ 3 ของเดือน) ความเห็นของผู้ประสานงานต่อรายงานของโครงการถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและมีประโยชน์มาก
ความเห็นดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมพิจารณารายงานเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แม้ว่าบางครั้งจะไม่มีโอกาสได้ลงไปสัมผัสในพื้นที่ และยังส่งผลทำให้การพิจาณารายงานความก้าวหน้าของ
สกว.ภาค เร็วยิ่งขึ้น เพราะอย่างน้อยผู้ประสานงานในพื้นที่ก็ได้ประเมินรายงานดังกล่าวมาแล้ว
บทบาทของ สกว.ภาค คงจะเป็นเพียงผู้ที่ช่วยเติมเต็มเนื้อหารายงาน
ช่วยมองในอีกมิติที่อาจจะเป็นไปเชิงวิชาการที่เป็นระบบมากขึ้น
ทั้งนี้ ก็จะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันไประหว่าง สกว.ภาค กับผู้ประสานงานและ
Node
เมื่อโครงการส่งรายงานความก้าวหน้ามาที่ Node แล้วควรทำอย่างไร?
1. ลงรับรายงานความก้าวหน้าและตรวจสอบว่าโครงการส่งสิ่งต่อไปนี้มาด้วยหรือไม่
- รายงานความก้าวหน้า จำนวน 3 เล่ม
- รายงานการเงิน ซึ่งต้องมีทั้ง รายงานสรุปเงินงวด และรายงานเสนอเงินงวดใหม่
- แผนงานและงบประมาณในช่วงต่อไป สำเนาสมุดบัญชี
2. ส่งต่อรายงานความก้าวหน้าและแผนงาน/งบประมาณช่วงต่อไปให้ผู้ประสานงานได้อ่าน
เพื่อขอความเห็น
3. ตรวจสอบรายงานการเงินกับรายงานบัญชีโครงการที่ Node จัดทำ โดยมีแนวทางในการตรวจสอบดังนี้
- ช่วงระยะเวลาที่โครงการรายงานการเงินตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่
โดย Node สามารถตรวจสอบได้กับสำเนาสัญญาโครงการในเอกสารแนบหมายเลข
4 หน้า 1/1 เช่น โครงการเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2544 ในสัญญาระบุไว้ว่าต้องส่งรายงานความก้าวหน้าพร้อมรายงานการเงินฉบับที่
1 ภายใน 4 เดือน หลังวันลงนามในสัญญา ดังนั้น โครงการจะต้องรายงานการเงินงวดที่
1 ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ม.ค. 44 30 เม.ย.44 (ยกเว้นกรณีโครงการขอส่งรายงานความก้าวหน้าก่อนหรือขอขยายระยะเวลา
ให้รายงานตามระยะเวลาที่ขอเปลี่ยนแปลง แต่ทั้งนี้ ในการขอเปลี่ยนแปลงระยะเวลา
โครงการต้องทำหนังสือขออนุมัติมายัง สกว.ภาค อย่างเป็นกิจลักษณะ)
- รายงานค่าใช้จ่ายในแต่ละหมวดที่โครงการสรุปมาตรงกับรายงานบัญชีโครงการที่
Node จัดทำหรือไม่ และให้สังเกตุค่าใช้จ่ายในแต่ละหมวดว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่
เช่น ค่าใช้จ่ายในหมวดใดหมวดหนึ่งสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้มากเกินไป
หรืองบประมาณบางหมวดโครงการมิได้ใช้เลย เป็นต้น โดยหมวดที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือหมวดค่าตอบแทนกับหมวดค่าครุภัณฑ์
เนื่องจาก หมวดค่าตอบแทนนั้นโครงการไม่สามารถใช้เกินวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ได้
(แต่ใช้ไม่ถึงได้) และไม่สามารถดึงงบประมาณจากหมวดอื่นมาใช้ด้วย
สรุปแล้วคือโครงการสามารถใช้งบประมาณหมวดค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็ได้
แต่ต้องไม่เกินงบประมาณค่าตอบแทน(รวม) ที่ตั้งไว้ ส่วนหมวดค่าครุภัณฑ์
หากในสัญญามิได้จัดสรรงบประมาณไว้สำหรับค่าครุภัณฑ์
โครงการย่อมไม่มีสิทธิในการนำงบประมาณในหมวดอื่นๆ มาจัดซื้อครุภัณฑ์
ยกเว้นจะโครงการจะมีการขออนุมัติและ สกว.ภาค เห็นชอบแล้ว
- มีการลงนามของเจ้าหน้าที่การเงินโครงการและหัวหน้าโครงการแล้ว
หรือจะมีเฉพาะหัวหน้าโครงการคนเดียวก็ได้ ยอดเงินที่เสนองวดใหม่ควรเหมาะสมกับช่วงระยะเวลาที่เหลือของโครงการ
เช่น โครงการลุงนพพรตามสัญญาแล้วแบ่ง 3 งวด งวดละ 6
เดือน งบประมาณรวม 300,000 บาท งวดแรก 100,000 บาท เหลือเก็บไว้ที่
สกว. 200,000 บาท สิ้นสุดงวดแรก ลุงนพพรได้ส่งรายงานฉบับที่
1 และรายงานเงินแล้ว ในรายงานการเงินของลุงนพพรเสนองบประมาณงวดที่
2 ถึง 200,000 บาท ซึ่งพิจารณาแล้วคงดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก
เพราะงวดที่ 2 โครงการของลุงนพพรใช้เวลาแค่ 6 เดือน
และยังเหลืองวดที่ 3 อีก 6 เดือน ถ้าโครงการลุงนพพรได้เงินงวดที่
2 ไป 200,000 บาท งบประมาณโครงการของลุงนพพรที่ สกว.ภาค
กันไว้ก็คงหมดลง และจะกลายมาเป็นปัญหาเมื่องวดที่ 3
ลุงนพพรไม่มีเงินงบประมาณเพื่อใช้ในการดำเนินโครงการ
ดังนั้น กรณีนี้เมื่อดูจากช่วงเวลาการแบ่งงวดดังกล่าว
(แต่ต้องดูแผนงานควบคู่กันไปด้วย) เงินงบประมาณงวดที่
2 ของลุงนพพรน่าจะอยู่ภายในวงเงิน 100,000 บาท และเหลือไว้สำหรับงวดที่
3 อีก 100,000 บาท *ทั้งนี้ ยอดเงินที่เสนองวดใหม่จะต้องพิจารณาควบคู่ไปกับแผนงานและงบประมาณช่วงต่อไปด้วย
- ตรวจสอบดอกเบี้ยในรายงานการเงินกับสำเนาสมุดบัญชี
จะมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นในรายงานการเงิน สำหรับโครงการที่มีการรายงานในช่วงสิ้นเดือน
มิ.ย. และ ธ.ค. บางครั้งหัวหน้าโครงการลืมกรอกดอกเบี้ยลงในช่องดอกเบี้ย
ซึ่งดอกเบี้ยดังกล่าวจะมีผลไปถึงจำนวนเงินคงเหลือสุดท้ายของโครงการ
และจะกระทบไปถึงยอดเงินที่เสนอใหม่และยอดเงินที่ควรจะส่งให้โครงการ
ดังนั้น Node จึงควรพึงสังเกตทุกครั้งสำหรับโครงการที่มีการรายงานการเงินคาบเกี่ยวในช่วงเดือนมิ.ย.
และ ธ.ค.เพราะโครงการที่ลืมกรอกดอกเบี้ย Node จำเป็นต้องส่งรายงานการเงินกลับไปให้โครงการแก้ไข
(ซึ่งเป็นการเสียเวลามาก)
- เงินที่ควรส่งให้ในงวดในแต่ละงวด จากบทเรียนที่ผ่านมา
นับว่ามีปัญหามากสำหรับเรื่องเงินที่ควรส่งให้ เนื่องจาก
นักวิจัยส่วนใหญ่มักคิดว่าเงินที่ควรจะได้จะเป็นยอดเดียวกับงบประมาณที่เสนอ
ซึ่งเป็นการเข้าใจที่ไม่ตรงกัน งบประมาณที่โครงการเสนอในความหมายของ
สกว.ภาค หมายถึงยอดเงินงบประมาณที่โครงการจำเป็นต้องใช้ในงวดนั้น
เพราะฉะนั้น หากโครงการมีเงินคงเหลืออยู่ สมมติ ว่าโครงการมีเงินคงเหลือ10,000
บาท เสนองบประมาณเพื่อใช้ในงวดใหม่มา 100,000 บาท ในเมื่อโครงการมีเงินคงเหลืออยู่แล้ว
10,000 บาท ดังนั้น งบประมาณที่ สกว.ภาค จะโอนให้ คือ
90,000 บาท เพื่อให้รวมเป็นยอดเงินงบประมาณที่โครงการจำเป็นต้องใช้
100,000 บาท จึงขอให้แต่ละ Node ตรวจสอบยอดเงินงบประมาณที่เสนอใหม่และยอดเงินที่ควรส่งให้ให้ถูกต้อง
และสำหรับนักวิจัยที่ยังเข้าใจไม่ตรงกันกรุณาชี้แจงให้ทราบดังรายละเอียดข้างต้น
เพื่อความถูกต้องในการรายงานการเงินโครงการในงวดต่อไป
|
4. เมื่อตรวจสอบรายงานการเงินเรียบร้อยแล้ว ให้เจ้าหน้าที่
Node ผู้ทำการตรวจสอบลงนามรับรอง เพื่อที่ สกว.ภาค จะได้มั่นใจว่ารายการเงินดังกล่าวถูกต้องและผ่านการตรวจสอบจาก
Node ในพื้นที่แล้ว
5. รวบรวมสิ่งที่จะต้องส่งให้กับ สกว.ภาค ซึ่งมีดังนี้
| กรณีรายงานความก้าวหน้า
|
| |
• รายงานความก้าวหน้า
3 เล่ม
• แผนงานและงบประมาณช่วงต่อไป
• รายงานการเงิน = สรุปเงินงวด +
เสนองวดใหม
• สำเนาสมุดบัญชี
• ความเห็นของผู้ประสานงานต่อรายงาน
|
| กรณีร่างรายงานฉบับสมบูรณ์
|
| |
• ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ จำนวน
5 เล่ม
ความเห็นของผู้ประสานงานต่อรายงาน |
| กรณีรายงานฉบับสมบูรณ์ |
| |
รายงานฉบับสมบูรณ์ จำนวน 5 เล่ม
รายงานการเงิน = สรุปเงินงวด + เสนองวดใหม่
สำเนาสมุดบัญชี
ความเห็นของผู้ประสานงานต่อรายงาน |
6. ส่งรายงานและสิ่งอื่นๆ ตามข้อ 5 มายัง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานภาค ตู้ ปณ.259 ปณฝ.
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50202 เพื่อดำเนินการต่อไป
|